จุดที่พบอยู่ที่ตลาดเคาท์ดาวน์ ในเมืองโอ็คแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งทางผู้จัดการตลาดได้สั่งให้พนักงานเก็บผลสตรอว์เบอร์รีสดบรรจุแพ็ก ออกจากชั้นวางสินค้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ขณะที่ทางซูเปอร์มาร์เก็ตในเครือของ เคาท์ดาวน์ และฟู้ดสตัฟส์ (Foodstuffs) ออกแถลงการณ์ระบุว่า ตอนนี้ร้านค้าในเครือทุกแห่งทั่วประเทศ ไม่มีสตรอว์เบอร์รีนำเข้าจากประเทศออสเตรเลียวางจำหน่ายแล้ว และบริษัทได้ยุติการนำเข้าผลสตรอว์เบอร์รีจากออสเตรเลียโดยไม่มีกำหนด เพราะคำนึงถึงสวัสดิภาพของผู้บริโภค
ส่วนคนที่ซื้อสตรอว์เบอร์รีไปแล้ว และไม่มั่นใจในความปลอดภัย ก็สามารถนำกลับมาคืนกับทางตลาดได้ โดยจะได้เงินคืนทั้งหมด
ปมสตรอว์เบอร์รีซ่อนเข็ม ยังส่งผลกระทบกับเกษตรกรและผู้จำหน่ายสตรอว์เบอร์รีในออสเตรเลียอย่างต่อเนื่อง เพราะสตรอว์เบอร์รีขายไม่ออก แม้ว่าจะมีการลดราคาลงต่ำกว่าราคาต้นทุนแล้วก็ตาม ทำให้ต้องมีการทิ้งสตรอว์เบอร์รีไปเป็นจำนวนมหาศาล
ในส่วนของรัฐบาลออสเตรเลียเองก็พยายามช่วยเหลืออุตสาหกรรมสตรอว์เบอร์รีอย่างเต็มที่ มีทั้งให้เงินเยียวยา ควานหาตัวผู้ที่อยู่เบื้องหลังอย่างเต็มที่ และตั้งรางวัลสำหรับผู้ที่สามารถให้ข้อมูลเบาะแสแก่เจ้าหน้าที่ รวมถึงเพิ่มโทษผู้กระทำผิด จากเดิมจำคุก 10 ปี เป็น 15 ปี เท่ากับความผิดฐานล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็ก และการก่อการร้ายทางเศรษฐกิจ เพื่อป้องปรามและยุติพฤติกรรมลอกเลียนแบบ
ปัจจุบัน กระแสซ่อนเข็มและโลหะแปลกปลอม ได้ลามไปยังผลไม้ชนิดอื่นๆ อาทิ กล้วยหอมและแอปเปิล ซึ่งนายสก็อตต์ มอร์ริสัน นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย ระบุว่า กรณีนี้ไม่ต่างจากการก่อการร้าย เพราะสร้างความหวาดกลัว และทำให้ชีวิตของชาวออสเตรเลียนับล้านคนตกอยู่ในอันตราย
ในส่วนของประเทศไทย มีการนำเข้าสตรอว์เบอร์รีจากออสเตรเลียถึงปีละเกือบ 6 แสนกิโลกรัม ซึ่งแม้ว่าขณะนี้ยังไม่มีการตรวจพบเข็มซ่อนอยู่ในผลไม้นำเข้า แต่ซูเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่งเริ่มตื่นตัว มีการแปะสติกเกอร์รับประกันความปลอดภัยว่าผลไม้เหล่านี้ผ่านการตรวจหาโลหะแปลกปลอมแล้ว
ติดตามข่าววันนี้ได้ที่นี่ >>> //www.pptvhd36.com/special/ข่าววันนี้