นักวิชาการ ฟังธง “ประยุทธ์” นั่งนายกฯต่อ - จับตา 250 ส.ว.ส่งสัญาณก่อนเลือกตั้ง62 เสร็จ

โดย PPTV Online

เผยแพร่

อดีตอธิบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง ฟันธง ‘พล.อ.ประยุทธ์’ จะเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปในฐานะคนนอก พร้อมทำนายว่า ส.ว. ทั้ง 250 คน อาจเลือกนายกฯคนใหม่ไว้เรียบร้อยแล้ว ก่อนที่คะแนนเลือกตั้งจะถูกนับเสร็จ

วันนี้ (24 ก.ย.61) รองศาสตราจารย์ สุขุม นวลสกุล อดีตอธิบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง วิเคราะห์กรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประกาศส่งสัญญาณชัดเจนว่า “สนใจงานการเมือง และขอเวลาตัดสินใจอีกระยะ ก่อนจะประกาศจุดยืนอีกครั้ง” โดยระบุผ่านรายการ เป็นเรื่องเป็นข่าว ทางสถานีโทรทัศน์พีพีทีวี ว่า ท่านนายกรัฐมนตรีชัดมาตั้งนานแล้ว ผู้สื่อข่าวลองเลิกถามท่านสักทีว่าจะเล่นการเมืองหรือไม่ ปล่อยให้ท่านอึดอัด แล้วท่านก็จะมาบอกเอง สังเกตไหมท่านบอกเองตลอด แต่เวลาถามท่านจะโกรธ อย่างวันนี้ท่านก็บอกสนใจการเมือง เพราะจริง ๆ คนเราอยากจะบอกสิ่งที่อยู่ในใจให้คนอื่นรู้เหมือนกัน โดยหากตีความจากบทบาทของท่านที่ผ่านมา ท่านเอาแน่ ต่อให้วันนี้ท่านบอกว่าไม่เป็น แต่ถ้ามองดูที่ท่านทำมาทั้งหมด ก็เพราะท่านอยากเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปนั่นแหละ เนื่องจากท่านกับคณะที่ยึดอำนาจมานั้น คิดว่ามีความจำเป็นต้องไปเป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป เพราะหลายคนจะมีความเชื่อว่า การปฏิรูปบ้านเมืองต้องมีการควบคุมการปฏิรูป นั่นคือ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี

“ท่านลง ท่านรอเป็นนายกฯแน่ ๆ ...ลำดับไปได้เลยนายกท่านต่อไป คือ คนเก่า ”

โดยตรงนี้ก็ต้องมาดูว่าท่านจะเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปแบบวิธีไหน เพราะว่าในรัฐธรรมนูญเปิดโอกาสให้หลายวิธี โดนอันแรกคือในฐานะ ส.ส. จบไป ต่อมาฐานะคนใน ซึ่งจะเป็นคนที่ถูกเสนอมาตั้งแต่เลือกตั้ง เพราะว่าแต่ละพรรคเสนอคนเป็นมานายกฯได้ 3 คน และอีกวิธี คือ ถ้าคนในที่ถูกเสนอมาไม่มีใครได้รับเสียงสนับสนุน ดังนั้นก็จะมาในฐานะคนนอก ซึ่งคือคนที่ไม่ได้ถูกเสนอมาจากการเลือกตั้ง ส่วนตัวคาดว่าท่านจะมาในฐานนะคนนอก

อ่าน : “พล.อ.ประยุทธ์” ประกาศ “สนใจการเมือง” ขอเวลาตัดสินใจตอบจุดยืน

รองศาสตราจารย์ สุขุม กล่าวต่อว่า ประเด็นแรกพรรคที่อยากได้ พล.อ.ประยุทธ์ ไปเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป มีมากกว่า 1 พรรค ถ้าหากท่านตกลงไปอยู่พรรคใดพรรคหนึ่ง พรรคอื่นก็อาจจะน้อยใจ อีกประเด็น คือ ถ้าไปเป็นตัวชูของพรรรใดพรรคหนึ่ง ก็จะมีสิทธิ์ได้เข้าไปพิจารณาต่อเมื่อพรรคนั้นได้เสียงไม่ต่ำกว่า 25 เสียง แล้วถ้าเกิดได้ไม่เสียงครบขึ้นมาก็ตกรอบเลย และถ้าสมมติไปตกลงเข้าพรรคหนึ่ง แล้วพรรคนั้นได้ 50 เสียง แต่มีพรรคอื่นได้ 100 เสียง อีกพรรคได้ 100 เสียง จะทำให้รู้สึกว่าเป็นนายกรัฐมนตรีไม่สง่างาม ถึงความจริงจะสามารถรวมเสียงกับพรรคอื่นได้ แต่พรรคมีเสียงข้างน้อย ซึ่งวัฒนธรรมการเมืองไทยก็ต้องให้พรรคอันดับหนึ่ง ดำเนินการก่อน  

นอกจากนี้ใครที่เป็นคนเลือกนายกรัฐมนตรีได้บ้าง นอกจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือ ส.ส. ในสภา นั่นก็คือสมาชิกวุฒิสภา หรือ ส.ว.จำนวน 250 คน ที่ถูกตั้งขึ้น ยกตัวอย่างเมื่อก่อนหลังเลือกตั้งเสร็จ ระหว่างที่ ส.ส.กำลังวิ่งเต้นกัน บางครั้งคนที่มีอำนาจ เช่น ผู้บัญชาการทหารบก หรือ ผบ.ทบ.ก็จะออกมาให้สัมภาษณ์ว่ากองทัพอยากเห็นใครเป็นนายก แต่ครั้งต้องคอยจับตาดู ส.ว. 250 คน เขาจะจัดตั้งกันเสร็จก่อนจะมีการเลือกตั้ง จากนั้นก็จะประชุมจัดตั้งวิป และโฆษก ของ ส.ว. ทั้งนี้ตนทำนายไว้ว่า เลือกตั้งยังไม่ทันนับคะแนนได้เสร็จ อาจจะมีโฆษกของ ส.ว. ออกมาบอกว่า ส.ว.ทั้ง 250 คน ต้องการใครเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะเมื่อก่อนก็เคยมี ผบ.ทบ.ออกมาส่งสัญญาณว่ากองทัพอยากเห็นใครเป็นนายกรัฐมนตรี และทุกครั้ง ส.ว. ก็จะรับฟัง เพราะใครก็อยากเป็นรัฐบาลนาน ๆ ซึ่งถ้า ผบ.ทบ.เห็นด้วย ก็จะรู้สึกปลอดภัย

 

ชมรายการเต็ม : “อ.สุขุม” ฟันธง นายกฯหลังเลือกตั้งชื่อ “ประยุทธ์ จันทร์โอชา”

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ