วันนี้ (26 ก.ย.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภาการพยาบาล ออกแถลงการณ์ ระบุว่า ในกรณีผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาล ปฏิบัติไม่เหมาะสมต่อผู้ป่วย จากคลิปที่เกิดขึ้นในโรงพยาบาลพุทธชินราช จังหวัดพิษณุโลก สภาการพยาบาล ขอแสดงความเสียใจต่อผู้ป่วยและครอบครัว และขอโทษต่อประชาชนที่เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดความกังวลใจไม่สบายใจ ต่อการดูแลของพยาบาล ในฐานะของสภาการพยาบาลที่ทำหน้ทาที่กำกับดูแลผู้ประกอบวิชาอาชีพการพยาบาล และการพดุงครรภ์ เราไม่ได้นิ่งนอนใจต่อเหตุการณ์ดังกล่าว และได้รับรายงานเรื่องที่เกิดขึ้นจากผู้บริหารของโรงพยาบาลที่เกิดเหตุ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ซึ่งได้แสดงความเสียใจต่อเหตุการ์ที่เกิดขึ้น โดยจะวิเคราะห์เพื่อที่หาสาเหตุ รวมถึงหาวิธีการที่จะปรับปรุงแก้ไข และพิจารณาตรวจสอบการทำงานของพยาบาลคนดังกล่าวต่อไป สภาการพยาบาลจะดำเนินการตามขั้นตอนในกระบวนการสอบสวนทางจริยธรรมต่อพยาบาลคนดังกล่าว รวมทั้งจะให้ความเป็นธรรม กับผู้ป่วยและผู้เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้สภาการพยาบาล ขอยืนยันว่าผู้ประกอบวิชาชีพพยาบาลมีความมุ่งมั่น และปราถนาที่จะให้ผู้ป่วยมีความปลอดภัย ฟื้นจากโรคคุกคาม และฟื้นหายโดยเร็ว จึงขอความร่วมมือจากผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาล และการพดุงครรภ์ทุกคน ให้ปฏิบัติตามมาตรฐาน และจริยธรรมของวิชาชีพการพยาบาล รวมทั้งหามาตรการป้องกัน เพื่อไม่ให้เกิดเหตุกาณ์ดังกล่าวขึ้นอีก
ผู้ช่วยศาสตรจารย์ อังคณา สริยาภรณ์ เลขาธิการสภาการพยาบาล เปิดเผยว่า ในแต่ละขึ้นตอนที่เกิดขึ้น จะมีวิธีการปรับปรุงแก้ไขที่ทางโรงพยาบาลดังกล่าวจะไปดำเนินการ ส่วนการที่จะมีพิจารณาเรื่องอื่น ก็จะเป็นกระบวนการในทางปกครองที่เขาจะดูแลกันไป สำหรับการพยาบาล ถ้าหากรับเรื่องในทางจริยธรรม นั้นหมายความว่า จะเกิดขึ้นจากการร้องเรียนของผู้ที่ประสบปัญหา และคิดว่าพยาบาลกระทำไม่เป็นไปตามมาตรฐานของวิชาชีพ หรือจากกล่าวโทษของคณะกรรมการสภาการพยาบาล ดังนั้นจะดำเนินการเข้าสู่กระบวนการทางจริยธรรม ซึ่งมีข้อบังคับไว้เรียบร้อยแล้ว ถ้าหากมีกรณีดังกล่าวเกิดขึ้น ก็จะเข้าสู่กระบวนการในการสืบสวนหาว่ามูลเหตุของการเกิดเป็นอย่างไร จะสรุปว่ามีมูลไม่มีมูลอย่างไร ในกรณีดังกล่าว พบว่ามีมูล คณะกรรมการสภาการพยาบาล โดยจะตั้งกรรมการสอบสวนขึ้นมา 1 ชุด เพื่อสอบสวนข้อเท็จจริงต่าง ๆ ว่าเป็นอย่างไร สุดท้ายจะเข้าสู่การพิจารณาสภาการพยาบาล เพื่อพิจารณาว่าเขามีความผิดจริงหรือไม่ ส่วนการพิจาณาโทษ จะมีตั้งแต่ว่ากล่าวตักเตือน ภาคทัณฑ์พักใช้ใบอนุญาตตามจำนวนปีที่แตกต่าง หรือเพิกถอนใบอนุญาต แล้วแต่เหตุของความผิดที่เกิดขึ้น
โดยกรณีที่เกิดขึ้นนี้ ได้รับข้อมูลมาจากโรงพยาบาลพุทธชินราช ว่า ผู้ป่วยดังกล่าวเป็นกลุ่มผู้ป่วยหนักที่อยู่วอร์ดอายุรกรรม แต่ที่เป็นผู้ป่วยหนัก เพราะในไอซียูมีคนไข้เต็ม ซึ่งในหอผู้ป่วยมีคนไข้ 40 คน ประกอบด้วยผู้ป่วยที่ใช้เครื่องช่วยหายใจ 7 คน, มี 11 คนที่ต้องอยู่ในไอซียู แต่เตียงผู้ป่วยไม่เพียงพอ จึงต้องออกมาอยู่ในหอผู้ป่วยธรรมดา, มีผู้ป่วยที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ 12 คน และผู้ป่วยที่เหลือยังพอช่วยตัวเองได้ แต่ยังต้องดูแลเหมือนผู้ป่วยอาการหนัก ทั้งนี้โรงพยาบาลดังกล่าวมีพยาบาลอยู่ 5 คน ผู้พยาบาล 1 คน และพนักงานดูแล 2 คน
สำหรับหอผู้ป่วยอายุรกรรม ตามมาตรฐานที่สภาการพยาบาลกำหนด คือ ต้องมีพยาบาล 1 คน ต่อผู้ป่วย 4 คน ถ้าหอผู้ป่วยหนักต้องมีพยาบาล 1 คน ต่อผู้ป่วย 2 คน แต่กรณีนี้โรงพยาบาล มีพยาบาลดูแล 1 คน ต่อผู้ป่วย 8 คน
เลขาธิการสภาการพยาบาล กล่าวต่อว่า จริง ๆ เขาอยู่ภายใต้ความเครียด ถ้าความไม่พร้อมของระบบ เช่น บุคลากรไม่เพียงพอ บุคลากรศักยภาพไม่เพียงพอ อุปกรณ์ทางการแพทย์ไม่พร้อม รวมทั้งสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้อต่อการทำงาน หรือสร้างความเครียดให้เกิดขึ้น ก็จะทำให้เกิดความเครียดมาก สภาการพยาบาลเคยมีการพูดคุยกันถึงเรื่องความเครียดของพยาบาลว่าจะดูแลได้อย่างไร และยังไม่นับถึงพยาบาลที่ทำงานระยะเวลาต่อเนื่องยาวนาน ปกติพยาบาลจะทำงานอาทิตย์ละ 5 วัน วันละ 8 ชั่วโมง รวมสัปดาห์ละ 40 ชั่วโมง แต่สภาการพยาบาลพบตัวเลขว่า พยาบาลทำงานเฉลี่ยถึง 56 ชั่วโมง ต่อสัปดาห์ และร้อยละ 20 เวลาตนเองเจ็บป่วยก็ยังต้องทำงาน เพราะไม่มีคนทดแทนงานของตนเอง อีกร้อยละ 40 ทำงานต่อเนื่องยาวนานเกิน 12 ชั่วโมงต่อวัน และมากกว่าสัปดาห์ละ 3 วัน อย่างไรก็ตามสภาการพยาบาล เคยได้เรียนให้ผู้บริหารในหน่วยงานที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะกระทรวงสาธารณสุขที่มีภาระงานที่ต้องดูแลประชาชนจำนวนมาก แต่จำนวนบุคลาการไม่เพียงพอโดยเฉพาะพยาบาลที่อยู่หน้างานทั้งหมดที่จะต้องช่วยคนไข้