วันนี้ (4 ต.ค.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีสำนักงานเขตบางคอแหลม ส่งหนังสือลงวันที่ 2 ต.ค. ถึงเจ้าอาวาสวัดไทร ย่านพระราม 3 ระบุว่า “ประชาชนแจ้งเรื่องร้องทุกข์ว่า ได้รับความเดือดร้อนกรณีวัดไทรตีระฆังส่งเสียงดังในช่วงเวลา 03.30-04.00 น. ทุกวัน สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้พักอาศัยบนคอนโดมิเนียมที่อยู่ติดวัด สำนักงานเขตบางคอแหลมจึงขอความร่วมมือวัดไทร ลดเสียงให้เหมาะสม ป้องกันการสร้างความเดือดร้อนแก่ผู้พักอาศัย” ต่อมาจึงกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์อย่างกว้างขวาง โดยหลายคนมองว่าเป็นธรรมเนียมของวัดที่จะต้องตีระฆังเพื่อปลุกพระปฏิบัติศาสนกิจ ทั้งวัดก็สร้างมาเป็นเวลาหลายร้อยปี แต่คอนโดมิเนียมหรูเพิ่งสร้างไม่ถึง 10 ปี
โดย หลวงพี่เล้ง พระลูกวัด เปิดเผยว่า วัดได้รับหนังสือจากสำนักงานเขตบางคอแหลมจริง โดยตั้งแต่ปีที่แล้ว ผู้ที่อยู่อาศัยในคอนโดมิเนียมที่อยู่ติดกับวัดไทรได้โทรมาที่วัดหลายครั้งให้หยุดตีระฆังตอนเช้า บอกว่ารบกวนเวลาพักผ่อน ทั้งนี้วัดต้องตีระฆังในตอนเช้าทุกวันเพื่อปลุกให้พระมาทำวัตรเช้าและไปบิณฑบาต หรือบางครั้งมีงานบวช แห่นาค งานทอดกฐิน ก็จะมีคนที่อาศัยบนคอนโดมิเนียมโทรมาที่วัดบอกให้เบาเสียง วัดไม่รู้จะทำอย่างไร จึงบอกให้ผู้ร้องเรียนไปแจ้งความ จากนั้นก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาแล้วลงบันทึกประจำวันไว้ นอกจากนี้ยังมีผู้ร้องเรียนไปทางข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ของกรุงเทพมหานคร ซึ่งก็มีโทรศัพท์ มาเตือนวัด
ด้าน น.ส.วันทนีย์ สว่างตระกูล ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตบางคอแหลม กล่าวว่า เนื่องจากมีประชาชนร้องเรียนไปยังศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ 1555 เขตจึงทำหนังสือถึง เจ้าอาวาส ขอให้พิจารณาปรับลดระดับเสียง และพิจารณาช่วงเวลาในการตีระฆังให้เหมาะสม เพื่อป้องกันการสร้างความเดือดร้อนรำคาญกับผู้พักอาศัย เมื่อมีเรื่องร้องเรียนเข้ามา เขตต้องทำหน้าที่ดูแลประชาชนทุกคน จึงทำหนังสือขอความร่วมมือวัดเพื่อแก้ไขปัญหา และหากยังมีประชาชนร้องเรียนเข้ามาอีก เขตจะพิจารณาให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาลลงพื้นที่ เพื่อตรวจวัดระดับเสียงในพื้นที่ที่ประชาชนได้รับความเดือดร้อนในช่วงเวลาดังกล่าวต่อไป
ทั้งนี้ พระอธิการปรีชา ปุณณโล เจ้าอาวาสวัดไทร เปิดเผยว่า ก่อนการสร้างคอนโดมิเนียม มีใบสำรวจมายังวัดและชุมชนรอบข้าง เนื่องจากมีความสูงกว่าวัด เจ้าอาวาสรูปเก่ายังยินยอมเซ็นใบอนุมัติเพื่อเป็นการอนุเคราะห์แก่ผู้พักอาศัย และคอนโดมิเนียมก็เคยนิมนต์พระที่วัดไปทำบุญ อาตมาคาดว่าน่าจะเป็นเรื่องส่วนบุคคลของผู้พักอาศัยบางรายเท่านั้น ซึ่งได้สั่งพระลูกวัดให้ช่วยลดเสียงในการตีระฆัง แต่จะไม่มีคำสั่งให้ยกเลิกเนื่องจากเป็นหลักในการปฏิบัติในช่วงเข้าพรรษา แต่หลังออกพรรษาก็ไม่มีการตีระฆังแต่อย่างใด
ขณะที่นายสิปป์บวร แก้วงาม ผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม และรองโฆษกสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กล่าวว่า การตีฆ้อง-ตีระฆังภายในวัด เป็นประเพณีที่สืบต่อกันมายาวนาน เพื่อใช้เป็นสัญญาณประกอบกิจทางพระพุทธศาสนา ให้พระภิกษุสามเณรลงทำวัตรเช้า-เย็น หรือใช้บอกเวลาพระออกบิณฑบาต ซึ่งบางแห่งก็ใช้แจ้งเป็นสัญญาณที่มีความแตกต่างกันไป หากจะให้วัดเลิกตีระฆัง คงจะไม่สามารถทำได้ แต่เรื่องที่เกิดขึ้น เข้าใจได้ว่าทั้งสองฝ่ายต่างก็มีเหตุผล วัดถือการตีระฆังเป็นสิ่งที่ปฏิบัติมาอย่างยาวนาน ส่วนผู้อยู่อาศัยใกล้วัดอาจจะได้รับความเดือดร้อนจากเสียงตีระฆัง ทั้งนี้ สำนักพุทธฯจะส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปสอบถามเจ้าอาวาสวัดไทร ถึงประเด็นปัญหา รวมทั้งต้องสอบถามข้อมูลไปที่สำนักงานเขตบางคอแหลม เพื่อหาทางไกล่เกลี่ยปัญหา
นายกรุณพล เทียนสุวรรณ หรือ เพชร นักแสดงหนุ่ม ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้พักอาศัยอยู่ในคอนโดฯใกล้วัดไทร เปิดเผยว่า ตนได้ยิน ทุกวัน เสียงดังก็จริง แต่ไม่ถึงขั้นเหมือนมีใครมาตะโกนข้างหู และวัดไม่ใช่มีแค่เสียงระฆังดัง บางครั้งก็มีงานบวช มีขบวนกลองยาว บางทีเอาเครื่องเสียงมาเปิดในวัดเสียงดัง แต่มันก็ไม่ได้บ่อย นาน ๆ ครั้ง คือ ที่ดินย่านนี้ราคาค่อนข้างสูง คนที่ย้ายเข้ามาก็ต้องการความเป็นส่วนตัว พอได้ยินเสียงระฆังดังเขาก็เลยรู้สึกรับไม่ได้ ไปรบกวนเขา แต่กลับลืมไปว่าวัดมาอยู่ก่อน และพวกคนเหล่านี้ย้ายมาอยู่ทีหลัง