เพจเฟซบุ๊ก ที่ใช้ชื่อว่า "ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-Cha" ตั้งขึ้นมาเมื่อวันที่ 13 ต.ค. และโพสต์ข้อความครั้งแรกเมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 14 ต.ค. อธิบายว่า การเปิดเฟซบุ๊กส่วนตัว เพื่อเป็นช่องทางในการสื่อสาร นโยบาย การทำงานของนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล รวมถึงรับฟังความคิดเห็นต่าง ๆ ของประชาชนผ่านสื่อออนไลน์ ซึ่งนอกจากเฟซบุ๊ก แล้ว ยังพบว่ามีการเปิด ทวิตเตอร์ และ อินสตาแกรม รวมถึง เว็บไซต์ www.prayutchan-o-cha.com เป็นช่องทางเผยแพร่ข่าวสาร สื่อสารกับประชาชนด้วยเช่นกัน โดยเว็บไซต์ได้ระบุที่ตั้งอยู่ที่ สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
ล่าสุดเพจเฟซบุ๊ก มีประชาชน กดถูกใจแล้วกว่า 53,000 คน และมีผู้ติดตาม 56,000 คน ทวิตเตอร์มีการทวิต 1 ครั้ง มีผู้กดติดตามแล้ว 6,165 คน ส่วนอินสตาแกรมมีผู้ติดตามแล้ว 3,350 คน แต่ในช่องการแสดงความเห็น ก็มีความเห็นจำนวนมาก เข้ามาแสดงออกในเชิงลบต่อเฟซบุ๊กของนายกรัฐมนตรี โดยมีจำนวนมากที่มองว่า ใช้เป็นช่องทางหาเสียง หรือหาคะแนนนิยมหรือไม่
ด้าน นายพุฒิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง ยืนยันว่า สื่อออนไลน์ทั้งหมด พล.อ.ประยุทธ์ เป็นผู้ดูแลเอง และมีทีมงานที่ไม่ใช่ข้าราชการประจำ 2-3 คนช่วยดูแล เพื่อให้เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการสื่อสาร รับฟังความคิดเห็นจากประชาชน ที่จะเสนอแนะ หรือติชม นโยบายต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์และสร้างสรรค์
นายพุฒิพงษ์ ยังระบุด้วยว่า การเปิดสื่อสังคมออนไลน์ส่วนตัวของ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่เกี่ยวข้องกับคำประกาศจุดยืนทางการเมืองว่า "สนใจงานการเมือง" ก่อนหน้านี้ และขออย่านำมาเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกัน
ด้าน พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า การเปิดเฟซบุ๊กส่วนตัว ของ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ใช่การเตรียมหาเสียงออนไลน์ตามที่สังคมวิพากษ์วิจารณ์ และมองว่า การที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะเพิ่มช่องทางการสื่อสารกับประชาชนโดยตรงก็ไม่ใช่ปัญหา
แต่ในมุมของนักวิชาการอย่าง น.ส.นันทนา นันทวโรภาส คณบดีวิทยาลัยสื่อสารการเมือง มหาวิทยาลัยเกริก วิเคราะห์ว่า พล.อ.ประยุทธ์ ต้องการปรับตัวให้ทันสื่อใหม่ ในยุคที่นักการเมืองรุ่นใหม่ ใช้สื่อออนไลน์เข้าถึงประชาชนมากขึ้น ดังนั้น อาจตีความได้ว่า การใช้เฟซบุ๊กในช่วงนี้ เป็นหนึ่งในช่องทางสร้างความนิยมทางการเมือง ก่อนเลือกตั้งต้นปี2562
เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ ตัดสินใจที่จะเปิดเพจที่เป็นทางการ มารับฟังความเห็นของประชาชนแล้ว ต้องน้อมรับความคิดเห็นด้านบวก และด้านลบ รวมถึงนำปัญหาที่ประชาชนสื่อสารมาไปปรับแก้ แต่ถ้าเปิดมาเพื่อการเมืองเพียงอย่างเดียว ก็อาจทำให้กระแสตีกลับจนทำให้ความนิยมลดลงได้
อ่านเพิ่มเติม : “บิ๊กตู่” รุกคืบโซเชียล ผุดเฟซบุ๊ก-ไอจี-ทวิตเตอร์ ให้แฟนคลับกดไลค์รัวๆ
ติดตามข่าววันนี้ได้ที่นี่ >> //www.pptvhd36.com/special/ข่าววันนี้