เมื่อวันที่ (26 ต.ค. 61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวรินทร์ อัฐนาค ที่ปรึษากฎหมายและฝ่ายสื่อสารองค์กร ค่ายเพลงไหทองคำ เปิดเผยผ่านรายการเป็นเรื่องเป็นข่าวว่า สัญญาที่อาม ชุติมา เซ็นไม่ได้ถือเป็นสัญญาทาสแต่อย่างไร เพราะเป็นความสมัครใจในการเซ็นสัญญาที่ทำนิติกรรมร่วมกัน เพื่อแบ่งปันผลประโยชน์ เรื่องตอนที่ อาม ชุติมา เซ็นสัญญายังถือว่าเป็นผู้เยาว์ โดยให้พ่อแม่เซ็นรับรองเพื่อเป็นพยาน ประเด็นตรงนี้ทำให้แต่ละฝ่ายตีความออกมาไม่เหมือนกัน ซึ่งความสามารถของผู้เยาว์ในการเข้าทำสัญญา ถ้าผู้แทนโดยชอบทำเข้ามาเป็นพยานถือว่าสมบูรณ์
ในกรณีที่เกิดกระแสดราม่าว่า ทำไมทางค่ายเพลงซื้อเพลงมาถูกแค่ 10,000 บาท แต่ต้องยอมรับว่าตอนที่ซื้อนั้นไม่มีใครรู้ว่าเพลงนี้จะดังหรือไม่มันคือความเสี่ยงที่ต้องจ่าย กรณีเรื่องการจ่ายค่าตัวไม่ครบนั้น บริษัทไหทองคำ เป็นองค์กรใหญ่มีระบบบัญชีและมีการโอนเงินเข้าออกตลอด ซึ่งอามเองก็แฮปปี้กับส่วนแบ่งที่รับจากสัญญาตามที่บริษัทได้ทำไว้ แต่มาช่วงหลังมีคนมายุแยง ให้อามมาฟ้องเพราะมีเรื่องธุรกิจในวงการเข้ามาเอี่ยว อยากให้อีกฝ่ายฟ้องให้เร็วที่สุด เพื่อที่จะได้เอาเอกสารมาแสดงให้รับรู้
นายเดชา กิตติวิทยานันท์ ประธานเครือข่ายทนายคลายทุกข์ ศูนย์ช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย กล่าวว่า อาม ชุติมา สามารถบอกเลิกสัญญาที่ไม่เป็นธรรมนี้ได้ สัญญาสมบูรณ์หรือไม่อาจจะเป็นโมฆะหรือโมฆียะ โอนทั้งหมดหรือโอนทีเดียว นอกจากนั้นพ่อแม่ที่เซ็นเป็นพยานเป็นคนต่างจังหวัดการศึกษาน้อยการที่ลงนามเป็นพยาน แต่อาจจะไม่เข้าใจถึงสาระสำคัญของสัญญาก็อาจจะเป็นได้ โดยในสัญญาระบุว่ามีค่าปรับ 100,000 บาท หากซื้อขายกันเสร็จแล้วจะมีค่าปรับทำไม
ติดตามข่าววันนี้ได้ที่นี่ >> //www.pptvhd36.com/special/ข่าววันนี้
ชมคลิป >> ฝ่ายกม.ไหทองคำ เดินหน้าลุยจับ “อาม ชุติมา” ต่อ หากยังร้องเพลงผิดลิขสิทธิ์