จากกรณีนางนนทพัทธิ์ แซะโนนตาด อายุ 47 ปี ชาวบ้านเขว้า อ.บ้านเขว้า จ.ชัยภูมิ พร้อมสามีชาวสวีเดน ออกมาขอความเป็นธรรมหลังเข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองชัยภูมิ เมื่อวันที่ 26 กันยายนที่ผ่านมา หลังมีการตรวจสอบพบว่าตั้งแต่วันที่ 16 ส.ค. – 17 ก.ย.61 ที่ผ่านมา มีเงินฝากของตนเองกับธนาคารในประเทศไทยแห่งหนึ่ง ทำเงินในบัญชีของตนเองหายออกไปจำนวนมากกว่า 480,000 บาท จนเกือบหมดบัญชีที่มียอดฝากสะสมไว้จนปัจจุบันเหลือเพียงจำนวน 680 บาท จึงได้แจ้งความ แล้วนำเอกสารไปยื่นต่อธนาคาร
จากการตรวจสอบของธนาคาร พบว่า ได้มีการทำธรุกรรมอีแบงค์กิ้ง ในนามนางนนทพัทธิ์ เจ้าของบัญชี และนำไปจับจ่ายซื้อสิ่งของ เมื่อนางนนทพัทธิ์ ได้เค้นถามลูกสาวคนโต จึงยอมรับว่าเป็นผู้นำเลขที่บัญชีธนาคารของแม่ และนำหลักฐานเลข 13 หลัก บัตรประชาชน ซิมการ์ด และบัตรเอ ที เอ็ม ของแม่ แอบทำอีแบงค์กิ้ง แล้วนำไปจับจ่ายซื้อสิ่งของต่าง ๆ ตามจำนวนเงินที่หายไปจากบัญชีธนาคาร
พ.ต.ท.จิตติพัฒน์ คำรังสี พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี บอกว่า คดีนี้เป็นที่ยุติแล้ว พบว่าความผิดไม่ได้อยู่ที่ธนาคารทำเงินหายไป แต่แท้ที่จริงคือลูกสาวของโตของเจ้าของบัญชีธนาคาร ซึ่งยอมรับสารภาพแล้วว่าเป็นคนแอบนำเงินในบัญชีที่หายไปทั้งหมดไปใช้ ซึ่งก็ไม่ได้ติดใจที่จะเอาความอะไรที่แอบขโมยเงินในบัญชีตัวเอง จนกลายเป็นเรื่องใหญ่โตตามมาครั้งนี้ เรื่องนี้ถือว่าจบด้วยดีทุกฝ่าย
ส่วนที่ทางธนาคารดังกล่าวที่เสียหาย จะแจ้งความกลับหรือไม่นั้น ได้มีการพูดคุยกันเบื้องต้นทางธนาคารรู้สึกเห็นใจลูกค้าจึงไม่ติดใจเอาความอะไร
ติดตามข่าววันนี้ได้ที่นี่ >>> //www.pptvhd36.com/special/ข่าววันนี้