“รัฐสภาได้พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าวเสร็จแล้ว”ข้อครหาในอดีต ที่วุฒิสภา ถูกตั้งชื่อใหม่ว่า “สภาผัว – เมีย” เป็นเหตุผลที่ในรัฐธรรมนูญ 2560 ปรับกลไกการเข้าสู่ตำแหน่ง ส.ว. ต่างไปจากที่ผ่านมาอย่างสิ้นเชิง เพื่อปิดช่องนักการเมือง คุมเสียงเบ็ดเสร็จในรัฐสภา ทำแบบที่นั่งใน สภา แบ่งครึ่งเป็น 2 ฝั่งซ้าย-ขวา อย่างละ 100 ตัวแทนจากองค์กร 100 คน ผู้สมัครอิสระ 100 คน
ในกระบวนการเลือก ส.ว. เฉพาะ 50 คน ที่มาจากการเลือกกันเอง กำหนดให้มีผู้สมัคร 2 ประเภท คือ ผู้สมัครที่มาจากองค์กรต่างๆ ในแต่ละสาขาวิชาชีพ เป็นผู้เสนอชื่อ จะคัดเลือกเหลือ 100 คน จากทั่วประเทศ
อีกส่วน เปิดโอกาสให้ ผู้สมัครอิสระ ซึ่งไม่ต้องสังกัดองค์กร มาสมัครเป็นในสาขาวิชาชีพของตัวเอง ซึ่งจะคัดให้เหลืออีก 100 คน จากทั่วประเทศ เช่นกัน
ในขั้นตอนการเลือกกันเอง ผู้สมัคร 1 คน จะเลือกผู้สมัครคนอื่นได้แค่ 2 คน หรือจะแบ่ง 1 คะแนน เลือกตัวเองก็ทำได้ ก่อนที่ คสช.จะเลือกจาก 200 คน ให้เหลือ 50 คน ไปเป็น ส.ว. ระดับอำเภอ แยกกล่อง 10 กล่อง กล่องละ 3 คน ทำบัญชีรายชื่อ เน้น คะแนนสูงสุดลำดับที่ 1-3
ขั้นตอนการเลือก ในทั้ง 2 ประเภท จะเริ่มในระดับอำเภอ ให้ผู้สมัครทั้งหมด ในแต่ละอำเภอ เลือกกันเอง จนได้ผู้ที่มีคะแนนสูงสุด 3 คน ในแต่ละกลุ่มวิชาชีพ
ดังนั้นเมื่อผ่านขั้นตอนนี้ หากทุกอำเภอมีผู้สมัครถึง 3 คน จะเหลือผู้สมัคร ส.ว.ในแต่ละกลุ่มวิชาชีพ อย่างมากที่สุด 27,840 คน จาก 928 อำเภอทั่วประเทศ ก่อนไปเข้ารับการคัดเลือกในระดับจังหวัด จะมีผู้สมัครจากองค์กร 10 วิชาชีพ รวม 27,840 คน ผู้สมัครอิสระ อีก 27,840 คน
ระดับจังหวัด แยกกล่อง 10 กล่อง กล่องละ 4 คน ทำบัญชีรายชื่อ เน้น คะแนนสูงสุดลำดับที่ 1-4 และในระดับจังหวัด ใช้วิธีการแบบเดียวกัน แต่เลือกผู้สมัครที่ได้คะแนนสูงสุดจังหวัดละ 4 คน ในแต่ละกลุ่มวิชาชีพ
ดังนั้น ใน 1 กลุ่มวิชาชีพ ของทั้งแบบองค์กร และ ผู้สมัครอิสระ จะเหลือผู้สมัคร วิชาชีพละ 308 คน ไปคัดเลือกในระดับประเทศ รวม 6,160 คน
ระดับประเทศ แยก 10 กล่อง กล่องละ 308 คน (จังหวัดละ 4 คน X 77 จังหวัด) ทำบัญชีรายชื่อ เน้น คะแนนสูงสุดลำดับที่ 1-10 จะได้ ส.ว. 100 คน จาก 10 กลุ่มวิชาชีพการคัดเลือกระดับประเทศ ผู้สมัครในแต่ละกลุ่มวิชาชีพ ไม่เกิน 308 คน เลือกกันเองให้เหลือผู้มีคะแนนสูงสุด 10 คน ในแต่ละกลุ่มอาชีพ ก็จะเหลือ ผู้สมัครจากองค์กร 100 คน ผู้สมัครอิสระ 100 คน รวมเป็น 200 คน ส่งรายชื่อให้ คสช.คัดเลือกให้เหลือ 50 คน ไปเป็น สมาชิกวุฒิสภา
6 จังหวัด ไม่มีองค์กรลงทะเบียนเพื่อเสนอบุคคลเข้ารับคัดเลือก ส.ว. บึงกาฬ, แม่ฮ่องสอน, ระนอง, เลย, สตูล และอุทัยธานีจากข้อมูลการลงทะเบียนองค์กรที่มีสิทธิส่งรายชื่อผู้สมัคร ส.ว.ที่ปิดละทะเบียนไปแล้ว มี 476 องค์กร จาก 71 จังหวัดทั่วประเทศ และ 6 จังหวัด ไม่มีองค์กรลงทะเบียนเพื่อใช้สิทธิ์ แต่จังหวัดเหล่านี้จะยังมีผู้สมัคร ส.ว.ที่เป็นตัวแทนขององค์กรได้ จากบางองค์กร ที่มีตัวแทนอยู่ในทุกจังหวัดอยู่แล้ว และได้ลงทะเบียนองค์กรที่ส่วนกลางไปแล้ว
องค์กรประเภทนี้ คือ กลุ่มที่ถูกจับตามอง เพราะมีเครือข่ายทุกจังหวัด จะสามารถส่งคนเข้ารับการคัดเลือกได้จังหวัดละ 1 คน ในกลุ่มวิชาชีพที่ลงทะเบียนไว้ เท่ากับว่า 1 องค์กร สามารถส่งผู้สมัคร ทุกจังหวัดได้มากสุด 77 คนและคนที่เป็นสมาชิกในองค์กรเหล่านี้ ยังสามารถไปสมัครในประเภท ผู้สมัครอิสระ ก็ได้ เพราะไม่มีข้อห้าม
แม้จะมีข้อกังวลว่า กลไกนี้จะทำให้มีบางองค์กร ส่งคนเข้ามาเพื่อลงคะแนนเลือกพรรคพวกเดียวกันได้ แต่ เลขาธิการ กกต.มั่นใจว่า สามารถป้องกันการฮั้วได้ เพราะจะล้มการเลือกทันที หากพบว่า อาจมีความพยายามล็อกผล ด้วยการส่งคนมาสมัครเพื่อเลือกพรรคพวกเดียวกัน
“การยื่นลงทะเบียนน้อยก็ไม่กังวลเรื่องการฮั้ว เพราะกฎหมายได้กำหนดมาตรการป้องกันการฮั้วไว้แล้ว เช่น หากผู้สมัครกลุ่มไหน มีคนไม่มีคะแนนเลย มากกว่าร้อยละ 10 ของจำนวนผู้สมัคร ให้สงสัยว่ามีการสมยอม ให้คัดเลือกใหม่ คนไม่มีคะแนนก็จะถูกตัดสิทธิ์ด้วย”
สุดท้าย “สมาชิกวุฒิสภา” ที่คัดเลือกตามรัฐธรรมนูญ 200 คน จะมี 50 คน ที่ คสช. เลือกไปทำหน้าที่ในรัฐสภา รวมกับ 200 ส.ว. ที่ คสช. เป็นคนเลือก
ติดตามข่าววันนี้ได้ที่นี่ >> //www.pptvhd36.com/special/ข่าววันนี้