เมื่อวันที่ 30 ต.ค. 2561 นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมครม. มีมติอนุมัติการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ 4 โครงการในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยคาดว่าจะได้เอกชนผู้ลงทุนในเดือน ก.พ.2562
โดย 4 โครงการ ประกอบด้วย 1. โครงการศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานสนามบินอู่ตะเภา (MRO) 2. โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก 3. โครงการท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 และ 4. โครงการท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3
หากรวมกับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ที่ครม.มีมติอนุมัติไปก่อนหน้านี้จะมีมูลค่าลงทุนทั้ง 5 โครงการ รวมกันทั้งสิ้น 650,000 ล้านบาท โดยทั้งหมดนี้รัฐเป็นผู้ลงทุนประมาณ 2 แสนล้านบาท ผลตอบแทนทางการเงินของภาครัฐ ประมาณการไว้ที่ 450,000 ล้านบาท และจะเกิดการจ้างงานไม่ต่ำกว่า 4 หมื่นคนต่อปี
นอกจากนี้ ครม.มีมติเห็นชอบกำหนดสินค้าควบคุมปี 2561 เพิ่มเติมจำนวน 1 รายการ คือ มะพร้าวผลแก่และผลิตภัณฑ์ตามมติคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ครั้งที่ 2/2561 ตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอ หลังก่อนหน้านี้มีเรื่องร้องเรียนว่า มีกลุ่มหาผลประโยชน์นำเข้ามะพร้าวแก่ จนทำใก้ราคามะพร้าวแก่ต่ำลง
ขณะที่ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงมติ ครม. เห็นชอบให้ตัวเองเป็นโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โดยรับมอบหมายให้แถลงมติ ครม. ครั้งแรก ซึ่งนายกรัฐมนตรี มีข้อสั่งการให้ทุกหน่วยดูแลปัญหาร้องเรียนในโลกโซเชียล โดยต้องหมั่นเข้าไปตรวจสอบข้อมูล และให้การช่วยเหลืออย่างทันท่วงที หากเป็นปัญหาที้ร้องเรียนผ่านอินบ๊อกส่วนตัวจะตอบเอง แต่ถ้าเป็นคอมเม้นต์ให้คนที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบ
ติดตามข่าววันนี้ได้ที่นี่ >> //www.pptvhd36.com/special/ข่าววันนี้