วันนี้ (1 พ.ย.61) ผู้สื่อข่าวรายงาน ปริมาณผลผลิตปาล์มน้ำมันปี 2561 สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร หรือ สศก. ได้ประมาณการว่าจะมีปริมาณ 15.389 ล้านตัน ขณะที่ข้อมูลผลการตรวจสอบของคณะทำงานตรวจสต็อกน้ำมันปาล์มคงเหลือทั้งระบบระดับจังหวัด ณ สิ้นเดือนกันยายน 2561 ปรากฏว่ามีสต็อกน้ำมันปาล์มคงเหลือ 375,591 ตัน สูงกว่าระดับสต็อกปกติของประเทศที่ควรจะมีที่ 250,000 ตัน ซึ่งการมีสต็อกในระดับสูงมากดังกล่าว เป็นปัจจัยลบทำให้ราคาผลปาล์มน้ำมันเคลื่อนไหวอยู่ในเกณฑ์ต่ำอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อรายได้และคุณภาพชีวิตงเกษตรกร ดังนั้น จึงมีความจำเป็นต้องมีการดำเนินมาตรการดูดซับสต็อกส่วนเกิน จำนวน 125,591 ตัน เพื่อให้ปริมาณสต็อกน้ำมันปาล์มดิบให้กลับเข้าสู่ภาวะสมดุล
นายสมบูรณ์ หน่อแก้ว รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กล่าวว่า จากปัญหาสต็อกปาล์มน้ำมันดิบส่วนเกินและราคาผลผลิตปาล์มน้ำมันตกต่ำ กระทรวงพลังงานจึงได้มีแนวคิดเกี่ยวกับการดำเนินการปรับเพิ่มสัดส่วนผสมไบโอดีเซลในน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว จาก[MOS]ปัจจุบันที่กำหนดที่ 6.5 – 7 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งผู้ค้าผสมเฉลี่ยอยู่ที่ 6.6 เปอร์เซ็นต์ โดยปริมาตร โดยปรับสัดส่วนการผสมให้เพิ่มขึ้นเป็น 6.8 เปอร์เซ็นต์ โดยปริมาตรซึ่งจะช่วยดูดซับสต็อกน้ำมันปาล์มดิบเพิ่มขึ้นประมาณ 62,000 ตันต่อปี
ทั้งนี้ ผู้ค้าน้ำมันเชื้อเพลิงเริ่มดำเนินการผสมที่สัดส่วน 6.8 เปอร์เซ็นต์ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 และรายงานปริมาณการซื้อไบโอดีเซล จากผู้ผลิตให้กรมธุรกิจพลังงาน เพื่อติดตามสถานการณ์ และหลังดำเนินการ 2 เดือนแล้วอาจจะเพิ่มไบโอดีเซลเป็นเฉลี่ย 6.9 เปอร์เซ็นต์ โดยปริมาตร ซึ่งจะช่วยดูดซับสต็อกน้ำมันปาล์มดิบเพิ่มขึ้นประมาณ 80,000 ตันต่อปี