กรมสรรพสามิต เตรียมเสนอเก็บภาษีไขมัน–ความเค็ม

โดย PPTV Online

เผยแพร่

กรมสรรพสามิต เตรียมเสนอเก็บภาษีไขมัน – ความเค็ม แนวทางเดียวกับภาษีความหวาน เล็งให้เวลาผู้ประกอบการปรับตัว ขณะที่ เครือข่ายลดบริโภคเค็ม ออกโรงสนับสนุนชี้ช่วยป้องกันโรคต่างๆได้

นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า กรมสรรพาสามิต มีแผนจะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบการเก็บภาษีจากสินค้าที่มีไขมันและความเค็มในปริมาณที่มาก ซึ่งถือเป็นต้นเหตุสำคัญในการทำลายสุขภาพ โดยเบื้องต้นการเก็บภาษีจากสินค้าที่มีไขมันและความเค็มมากนั้น จะยึดรูปแบบเดียวกับแนวทางการจัดเก็บภาษีจากความหวาน

โดยกรมสรรพสามิตมีแผนที่จะปรับเปลี่ยนบทบาทการเก็บภาษี จากเป็นกรมที่เก็บภาษีจากสินค้าบาปเป็นหลัก มาเป็นกรมที่เก็บภาษีจากสินค้าที่ส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาพที่ดีขึ้น โดยที่ผ่านมามีการเก็บภาษีสรรพสามิตสินค้าที่มีน้ำตาลมาก        

สำหรับแนวทางเบื้องต้น จะให้เวลาผู้ประกอบการในการปรับตัว เช่น ให้เวลา 5 ปี หลังกฎหมายมีผลบังคับใช้ ซึ่งหากผู้ประกอบการสามารถลดปริมาณไขมันและความเค็มได้ ก็จะมีการปรับลดอัตราภาษีลงให้ แต่หากไม่สามารถลดได้ก็จะต้องเสียภาษีในอัตราที่กำหนดไว้ และหากเกินกว่าระยะเวลาที่กำหนดแล้วผู้ประกอบการยังไม่สามารถลดปริมาณไขมันและความเค็มลงได้ก็จะต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้น เป็นต้น ซึ่งเชื่อว่าแนวทางการจัดเก็บภาษีดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบกับผู้บริโภค

นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) มองว่า การเก็บภาษี เรื่องไขมันทรานส์คงเป็นไปไม่ได้ เพราะล่าสุด สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ประกาศแล้วว่า ไม่ให้มีการนำหรือผลิตสินค้า อาหารที่ทำให้เกิดไขมันทรานส์อยู่แล้ว ส่วนการเสนอสินค้าที่มีความเค็มหรือการเพิ่มภาษีความเค็ม ตนยังไม่ทราบรายละเอียด แต่คิดว่าน่าจะเป็นในเรื่องของการดูแลอาหารที่ทำสำเร็จแล้วมากกว่า ต้องไม่ให้ใส่เกลือหรือเครื่องปรุงรสเค็มต้องไม่เกินปริมาณเท่าไรแบบนี้มากกว่า เหมือนกับการเพิ่มภาษีพวกน้ำอัดลมต่างๆ ต้องมีปริมาณน้ำตาลต้องไม่เกินเท่านั้นเท่านี้ เป็นต้น และน่าจะไม่เกี่ยวกับอาหารประเภทปลาเค็ม

ผศ.นพ.สุรศักดิ์ กันตชูเวสศิริ ประธานเครือข่ายลดบริโภคเค็ม กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวเข้าใจว่ายังคงเป็นข้อเสนอ ยังไม่เห็นหน้าตาออกมาเป็นรูปธรรมว่า จะมีการเก็บในอัตราเท่าไรอย่างไร แต่คาดว่าคงจะได้ตัวอย่างจากภาษีน้ำตาล ซึ่งหากมีการออกกฎหมายเก็บภาษีความเค็มจริง ก็ถือว่าเป็นเรื่องดี เพราะจะไปมุ่งเป้าสินค้าอาหารที่มีเกลือหรือโซเดียมสูง หากไม่อยากเสียภาษีมากก็ต้องปรับสูตรลดความเค็มลง ซึ่งการกินเค็มน้อยจะช่วยป้องกันโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคไต ฯลฯ ทั้งนี้ หากมีการควบคุมในกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปจะทำได้ง่ายกว่า เนื่องจากมีฉลากแสดงปริมาณสัดส่วนของโซเดียมและเกลือในอาหาร ง่ายแก่การควบคุม

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ