เมื่อวันที่ (9 พ.ย. 61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ฝั่งที่ผมยืนอยู่ คือฝั่งขาขึ้นกรุงเทพฯ ช่วง 3 แยกบางสะพาน ห่างจากสะพานวังยาวประมาณ 700 เมตร เป็นฝั่งที่ถูกน้ำท่วมก่อน และค่อยๆเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว พร้อมกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยว ก่อนน้ำจพข้ามเกาะกลางถนนเข้าท่วมฝั่งขาล่องใต้ จนทำให้ไม่สามารถสัญจรได้ทั้ง 2 ฝั่ง
รถยนต์ที่ขับฝ่ากระแสน้ำ ถ้าเป็นรถใหญ่ในช่วงแรกยังพอไปได้ แต่หากเป็นรถกระบะ หรือ รถเก๋ง หลายคันจอดเสียท่ามกลางกระแสน้ำที่ไหลแรง ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องใช้รถโฟว์วิวลากออกมา
ตำรวจทางหลวงบอกว่า ต้องเร่งปิดการจราจรก่อน เพราะหากปล่อยให้รถสัญจรได้ เสี่ยงเกิดอันตราย เพราะน้ำป่ามาเร็วและไหลเชี่ยว จุดนี้ยังเป็นจุดเดียวกันกับที่เคยเกิดเหตุน้ำป่าพัดเด็กหายไปกับน้ำ เมื่อปี 2560 จึงต้องกันรถออกไปในจุดที่ปลอดภัย จนกว่าจะมั่นใจว่าน้ำป่าจะไม่มารอบที่ 2 ก่อนเปิดการจราจร น้ำจากจุดนี้จะไหลไปที่ตลาดบางสะพาน ซึ่งใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ล่าสุดเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลบางสะพาน อพยพผู้ป่วยทั้งหมดขึ้นไปอยู่บนอาคารสูงแล้ว และปิดให้บริการห้องอุบัติเหตุฉุกเฉิน ขนเครื่องมือแพทย์ไปเก็บไว้ในที่ปลอดภัย ขณะที่ศูนย์บัญชาการส่วนหน้า เปิด รพ.สนาม ที่โรงเรียนบางสะพานวิทยา เพื่อรับมือกับเหตุการณ์
จุดเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในคลองบางสะพาน ที่ผ่านตลาด ในเขตเทศบาลตำบลกำดนิดนพคุณ ก็คือบริเวณวัดห้วยทรายขาว น้ำจะเข้ามาทางด้านหลังวัด ซึ่งติดกับคลอง ก่อนเข้าท่วมเขตตลาด ถนนบางจุดจะไม่สามารถสัญจรได้
อีกฝั่งหนึ่งของคลองบางสะพาน คือ ฝั่งตำบลพงศ์ประศาสน์ ซึ่งเป็นจุดเสี่ยงที่จะถูกน้ำท่วมก่อนพื้นที่อื่น เพราะเป็นพื้นที่ต่ำ ติดคลอง น้ำจากคลองบางสะพาน จะระบายลงสู่ทะเลอ่าวไทย ซึ่งอยู่ห่างจากจุดนี้ประมาณ 4 กิโลเมตร และจะระบายได้เร็วหากน้ำทะเลไม่หนุน แต่หากน้ำทะเลหนุน นอกจากจะระบายได้ช้าลง ยังทำให้น้ำในพื้นที่ ถ้าไม่ทรงตัวก็จะสูงขึ้น