วันนี้ (14 พ.ย.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ข้อมูลที่ถูกส่งมาให้คณะอนุกรรมการตรวจสอบเรื่องร้องเรียน ถูกรวบรวมโดยนางจัณฑนา จินดาถาวรกิจ ผู้อำนวยการกองกฎหมาย กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ประกอบด้วย ผลการสอบปากคำ กล้องวงจรปิด และเอกสารเวชระเบียนของโรงพยาบาลพระราม 2 ที่ระบุว่าวันที่ผู้ป่วยถูกสาดน้ำกรดไปถึงโรงพยาบาล ไม่มีแพทย์ประจำเวรอยู่ให้การตรวจวินิจฉัยอาการ หลังจากนี้ข้อมูลทั้งหมดนี้ คณะอนุกรรมการวินิจฉัยเรื่องร้องเรียน ที่ประกอบด้วยบุคคลจากหลายหน่วยงานพิจารณาตัดสินว่า โรงพยาบาลพระราม 2 มีความผิดเรื่องการปฏิเสธผู้ป่วยหรือไม่ รวมถึงเรื่องอื่น ๆ และจะทราบว่าจะดำเนินการอย่างไร ในวันที่ 19 พ.ย. นี้
ด้านนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม มอบพยานหลักฐานที่มีให้กับฝ่ายกฎหมาย เพื่อประกอบการพิจารณา โดยอ้างว่า โรงพยาบาลพระราม 2 ปฏิเสธรักษานางสาวช่อลัดดา ทาระวัน เพราะไม่มีแพทย์ในที่เกิดเหตุ ทั้งที่อาการเข้าขั้นวิกฤต และจากการตรวจของโรงพยาบาลบางมด พบสารคัดหลั่งปนเลือดไหลออกมากว่า 2,000 ซีซี จนทำให้นางช่อลัดดาเสียชีวิต หากโรงพยาบาลพระราม 2 รักษาจริง อาจไม่มีอาการแบบนี้
นายอัจฉริยะยัง กล่าวต่อว่า ได้ยื่นหนังสือให้สำนักงานเขตบางขุนเทียน้ตรวจสอบมาตรฐานอาคาร รวมถึงใบอนุญาตก่อสร้างอาคารของโรงพยาบาลพระราม 2 พร้อมระบุว่าโรงพยาบาลจะหมดสัญญาวันที่ 31 ธ.ค. นี้ เพื่อความปลอดภัยของประชาชน เพราะโรงพยาบาลเคยเกิดเหตุเพลิงไหม้เมื่อปี 2557 และยังไม่ได้รับการปรับปรุงระบบป้องกันอัคคีภัย โดยผู้อำนวยการเขตบางขุนเทียน รับปากจะเร่งตรวจสอบเรียกผู้ออกแบบอาคารมาพบขอเอกสารต่าง ๆ หากพบว่า ผิดกฎหมายจะดำเนินการตามกฎหมาย ตั้งแต่สั่งให้ปรับปรุงจนถึงรื้อถอน
ขณะที่วันเดียวกัน ที่วัดแสงธรรมรังสี ตำบลโนนทอง อำเภอแวงใหญ่ จังหวัดขอนแก่น ญาติ ๆ จัดพิธีฌาปนกิจศพนางช่อลัดดา บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า ลูกสาวสวมชุดไทยรำหน้าเมรุให้มารดา เพื่อแสดงความอาลัย และเป็นความตั้งใจแสดงความสามารถให้มารดาดูเป็นครั้งสุดท้าย ด้านนางทองอาจ ทาระวัน มารดาผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ยังเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่วนคดีให้ว่าไปตามกฎหมาย ไม่ขอนับญาติกับผู้ต้องหา และไม่ต้องมาขอขมา ต้องประหารสถานเดียว ส่วนโรงพยาบาล ครอบครัวมอบหมายให้ทนายความเป็นผู้ดำเนินการ
นายแพทย์ พีระ คณานุวัฒน์ ผู้ดำเนินการสถานพยาบาลโรงพยาบาลพระราม2 ระบุว่า โรงพยาบาลพระราม2 มีแพทย์เวรประจำอยู่ในที่เกิดเหตุจริง โดยมีหลักฐานเป็นใบเข้าเวร และลายเซ็นของแพทย์เวร ซึ่งทันทีที่เกิดเรื่องหลายหน่วยงานนำพยานหลักฐานทั้งหมดไปแล้ว ส่วนเรื่องที่ สบส. ได้ข้อมูลที่ระบุว่าไม่มีแพทย์ คงเป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ส่วนผลตรวจจะเป็นอย่างไรให้เป็นไปตามกระบวนการ แต่ขอยืนยันว่า บุคคลากรของโรงพยาบาลพระราม2 มีเพียงพอ หรืออาจจะเกินที่พ.ร.บ.สถานพยาบาล กำหนดไว้ด้วย หลังจากนี้จะไม่มีการให้ข้อมูลใด ๆ อีก และขอให้เป็นไปตามกระบวนการ