สำรวจ "ดอยอินทนนท์" แล้วจะรู้ว่ามีมากกว่าความหนาว

โดย PPTV Online

เผยแพร่

"ซูเปอร์ฟู้ดเมืองไทย" มีที่มาจากการวิจัยและพัฒนาพันธุ์พืชของโครงการหลวงก่อนแจกจ่ายให้กับชาวเขาเผ่าต่างๆ เช่น ม้ง กระเหรี่ยง เพื่อนำไปเพาะปลูกในพื้นที่ของตน จากนั้นนำผลผลิตกลับมาขายให้โครงการหลวง ซึ่งทั้งหมดต้องผ่านการสุ่มตรวจและรับรองความปลอดภัยให้แน่ใจว่า “ปลอดสารพิษ” จริงๆ จึงจะสามารถนำออกจำหน่ายสู่ท้องตลาดได้

หลายคนอาจอยากเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหาร หันมาบริโภคอาหารที่เรียกว่า “ซูเปอร์ฟู้ด” แต่ก็มีราคาแพงแสนแพง เพราะมีต้นทุนการนำเข้าสูงมาก ทั้งที่แท้จริงแล้วเมืองไทยของเราก็สามารถเพาะปลูกผลิตผลเหล่านี้ได้ ที่สำคัญปลอดสารพิษแน่นอน ซึ่งความลับของซูเปอร์ฟู้ดเมืองไทย อยู่ที่ จ.เชียงใหม่ บนยอดดอยอินทนนท์

อันดับแรกคือ ข้าวกล้องดอย พันธุ์ข้าวท้องถิ่นผ่านกระบวนการปลูกที่ปราศจากสารเคมี  เช่น ข้าวกล้องเหลือง (บือพะโด๊ะ ซึ่ง บือ แปลว่า ข้าว) เป็นพันธุ์ข้าวเจ้า ของชนเผ่าปกาเกอะญอและละว้า นิวมีเดีย พีพีทีวี ได้รับข้อมูลจากวิทยากร สมศักดิ์ ไพรพนาชัยมั่น ว่า “ลักษณะของข้าวเป็นเม็ดกลมคล้ายข้าวญี่ปุ่น การปลูกต่อรอบประมาณ 4 เดือน ซึ่งชาวกระเหรี่ยงจะปลูกไว้หุงกินกันในครั้งเรือน หากเหลือจะนำมาขายให้กับโครงการหลวงขุนวาง อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ โดยมีราคาต่อตันอยู่ที่ 15,000 บาท”

นอกจากนี้ยังมี ข้าวกล้องไก่ป่า พันธุ์ข้าวเจ้าของชนเผ่าปกาเกอะญอ ซึ่งมีสารแกมม่า โอไรซานอล ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคอัลไซเมอร์ ลดคอเรสเตอรอล ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ธาตุโพแทสเซียม ช่วยควบคุมความสมดุลของน้ำในร่างกาย และธาตุเหล็กช่วยสร้างเม็ดเลือดแดงป้องกันโลหิตจาง

ตระกูลธัญพืช ใครจะไปเชื่อว่าบนยอดดอยของเมืองไทยจะสามารถปลูก “ควินัว” ได้ ซึ่งต้องยอมรับว่าได้รับความนิยมอย่างสูงโดยเฉพาะสายคลีน เพราะประโยชน์มากล้น ด้วยแร่ธาตุ สารอาหารสำคัญอย่างกรดอะมิโน 10 ชนิด โปรตีนสูง เหมาะกับคนที่แพ้โปรตีนจากสัตว์ แพ้ธัญพืชบางชนิด แพ้อาหารทะเล แพ้น้ำตาลแลคโตส ผู้ป่วยเบาหวาน ซึ่ง ควินัวของโครงการหลวง เชฟหฤษฎ์ เวชากุล บอกว่า

“เป็นควินัว ไม่ขัดสี คล้ายๆกับข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ ซึ่งแตกต่างจากควินัวที่ขายตามท้องตลาดทั่วไป เพราะฉะนั้นถ้าได้รับประทานจะได้รับสารอาหารวิตามินอย่างครบถ้วนซึ่งความต่างคือจะมีรสติดขมนิดหน่อย แต่สามารถแก้ไขได้ด้วยการใช้มือบี้เมล็ดควินัวก่อนหุงหรือซาวน้ำหลายครั้งๆ”

ไข่ปลาคาร์เวีย จากปลาสเตอร์เจียน , ปลาเรนโบว์เทราต์ ดอยอินทนนท์ก็เลี้ยงได้ ด้วยอุณหภูมิที่เย็นเกือบตลอดทั้งปี โครงการหลวงจึงวิจัยและพัฒนาปลาทั้งสองชนิดนี้ อย่าง ปลาสเตอร์เจียน ที่หลายคนเคยได้ยินความแพงของไข่ปลาคาร์เวีย ซึ่งที่นี่นำเข้าสายพันธุ์มาจากประเทศเยอรมันและรัสเซีย กว่า 40 ปีแล้ว แต่ประสบความสำเร็จในการออกไข่คาร์เวียเมื่อปีพ.ศ. 2542 จึงทำการขยายสายพันธุ์ จนตอนนี้สามารถสร้างรายได้อยู่ที่ขีดละ 5,500 บาท หรือกิโลกรัมละ 55,000 บาท สานนท์ น้อยชิน นักวิชาการประมง เล่าว่า “ปลาสเตอร์เจียน มีลูกค้ากลุ่มหลักเป็นโรงแรมต่างชาติ ซึ่งขนาดตัวของปลาจะอยู่ที่ 10 กิโลกรัม สามารถให้ไข่คาร์เวีย 1 กิโลกรัม ซึ่งคุณภาพใกล้เคียงต่างประเทศถึง 80% อีก 20% คือความต่างแค่เพียงขนาดความสมบูรณ์ของไข่”

ปลาเรนโบว์เทราต์ เป็นสายพันธุ์เดียวกับปลาแซลมอน มีโอเมก้า 3 สูงไม่แพ้กัน เพียงแต่เป็นพันธุ์น้ำจืด ต้องเลี้ยงในที่ที่มีน้ำเย็นจากน้ำตกสิริภูมิ ไหลลงบ่อตลอดเวลาโดยอุณหภูมิน้ำจะต้องอยู่ที่ 18-20 องศาเซลเซียส สายพันธุ์นี้นำเข้ามาจาก สหรัฐอเมริกาและรัสเซียเมื่อ 11 ปีก่อน และได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นซึ่งโครงการหลวงส่งขายอยู่ที่ราคากิโลกรัมละ 400 บาท ส่วนไข่จะอยู่ที่ 800 บาทต่อกิโลกรัม

ตระกูลเห็ด ที่บ้านหนองหล่ม ของโครงการหลวงมีทั้ง เห็ดพอตโตเบลโล่ ปราศจากไขมัน โปรตีนสูง ไม่มีคอเรสเตอรอล แคลลอรี่ต่ำ เห็ดปุยฝ้าย หรือ เห็ดยามาบูชิตาเกะ ที่รู้ๆ กันว่าสรรพคุณทางยาสูงมาก จากโพลีแซคคาไรด์ สามารถยับยั้งการเติบโตของเซลล์มะเร็ง รักษาแผลในกระเพาะอาหาร ระบบลำไส้ กระตุ้นภูมิคุ้มกัน ควมคุมน้ำตาลในเลือด และต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งนิวมีเดีย พีพีทีวี บุกโรงเรือนเพาะเห็ดปุยฝ้าย และได้รับความรู้จากวิทยากรสมาน สุปินนะ ว่า “ชาวเขาที่ได้รับพันธุ์เห็ดไปจะสร้างโรงเรือน โดยแต่ละถุงจะมีอายุ 6 เดือน ในการที่ออกดอกเห็ด ซึ่งโดยเฉลี่ยจะออกดอกเห็ดเดือนละ 1 ครั้ง จากนั้นนำมาขายให้โครงการหลวง ซึ่งรับซื้อเป็นกรัมประมาณ 150-200 กรัม โดยซึ่งทำให้เกษตรกรมีรายได้กลับไปประมาณ 25 บาทต่อกรัม แต่จำกัดครัวเรือนละไม่เกิน 3 โรงเรือนเพื่อไม่ให้เกิดการแย่งตลาด”

ตระกูลไม้ผล สุดฮิตอย่าง อาโวคาโด มีแน่นอนบนดอยอินทนนท์ ที่สำคัญเป็น พันธุ์แฮส พันธุ์ที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุ กรดไขมันไม่อิ่มตัว วิตามินอีบำรุงผิวพรรณ สารต้านอนุมูลอิสระ  ซึ่งที่โครงการหลวงได้พันธุ์มาจากออสเตรเลีย เพราะเหมาะกับพื้นที่สูง ซึ่งจุดที่ปลูกอยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 1,350 เมตร จะออกผลปีละ 1 ครั้ง สำหรับพันธุ์แฮส ถ้าคุณภาพระดับเอ็กซ์ตร้าราคาจะอยู่ที่กิโลกรัมละ 110 บาท และช่วงเดือน พ.ย.นี้ก็เป็นช่วงที่เริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว

นอกจากนั้นยังมี เคปกูสเบอร์รี่ วิตามินซีสูงเป็น 2 เท่าของเลมอน ป้องกันไข้หวัด ภูมิแพ้ มีเปปตินและวิตามินเอช่วยบำรุงสายตา รวมถึงสารแคโรทีนอยส์ ป้องกันมะเร็งและโรคหัวใจ สำหรับของโครงการหลวงได้มีการกระจายให้ชาวเขาปลูกครัวเรือนละไม่เกิน 300 ต้น มีอยู่ด้วยกัน 3 ครัวเรือน  ซึ่ง 1 ต้นจะสามารถให้ผลผลิตได้ 5 กิโลกรัม กิโลกรัมละ 100 บาท  นอกจากนี้ยังมี ฟิก หรือ มะเดื่อฝรั่ง ที่ไฟเบอร์สูง มีฤทธิ์ยาระบายอ่อนๆ ลดปัญหาท้องผูก และแคลเซียมสูงกว่าปกติ 2 เท่า

ของทานเล่นเพื่อสุขภาพอย่าง "ซีเรียลบาร์" ที่นี่จะใช้ผลผลิตจากโครงการมาแปรรูป ทั้ง สตรอว์เบอร์รี่ กล้วย สัปปะรด แป้งโฮลวีต ข้าวดอยซ้อมมือ เมล็ดฟักทอง เป็นต้น

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของผลผลิตของชาวเขาจากทั้งหมด 39 ศูนย์ในพื้นที่โครงการหลวง พื้นที่ 6 จังหวัดภาคเหนือ ซึ่งมีชาวเขาประมาณ 13-14 ชนเผ่า ที่สำคัญผลผลิตทั้งหมดล้วนผ่านการสุ่มตรวจก่อนส่งจำหน่าย โดยศูนย์อารักขาพืช มูลนิธิโครงการหลวง “ถ้าพบสารตกค้างเกินมาตรฐาน FAO/Codex จะถูกปฏิเสธการจำหน่ายและถูกทำลาย ส่วนเกษตรกรจะถูกลงโทษด้วยการห้ามทำการเพาะปลูกเป็นเวลา 1 ปี”

อย่างไรก็ตาม ซูเปอร์ฟู้ดทั้งหมดจะถูกยกมาส่งตรงมายังกลางกรุงเทพมหานคร ที่สยามพารากอน ซึ่งนางธณพร ตันติยานนท์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกิจกรรมส่งเสริมการตลาด ศูนย์การค้าสยามพารากอน  บอกว่า ต้องการนำอาหารที่ดีต่อสุขภาพมาให้มากที่สุดเหมือนยกดอยอินทนนท์มาไว้ที่กรุงเทพฯ เพื่อตอบโจทย์สายเฮลตี้ คนรุ่นใหม่ ซึ่งโครงการหลวงจะมีของดีให้เราทุกปี บางปีผลผลิตจะออกเป็นบางฤดูกาลเท่านั้น เป็นการกระจายกลุ่มลูกค้ามากขึ้นจากกลุ่มเดิมที่รู้จักสินค้าของโครงการหลวงอยู่แล้ว รวมถึงร้านอาหารในศูนย์การค้าอีก 15 ร้าน ที่จะนำผลิตผลจากโครงการหลวงไปใส่อยู่ในเมนูสุดพิเศษด้วย

ผลิตผลจากดอยอินทนนท์ของชาวเขากำลังจะเดินทางมาให้ชาวเมืองได้ลองภายในงาน รอยัล โปรเจ็คต์ แกสโตรมี เฟสติวัล แอท สยามพารากอน (Royal Project Gastronomy Festival @Siam Paragon) ภายใต้คอนเซ็ปต์ “10 ซูเปอร์ฟู้ด เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของชาวเขา เพื่อสุขภาพที่ดีของชาวเรา ตั้งแต่ 30 พ.ย.- 7 ธ.ค.2561 โดยมีนิทรรศการ “10 ซูเปอร์ฟู้ด จากโครงการหลวง” ด้วย ตั้งแต่ 30 พ.ย.- 6 ธ.ค. นี้

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ