คำสั่ง หัวหน้า คสช. ฉบับที่ 16/2561 ซึ่งให้อำนาจคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. เปลี่ยนแปลงการแบ่งเขตเลือกตั้งได้ ถูกตั้งข้อสังเกตมาตลอดสัปดาห์ว่า เขตเลือกตั้งใหม่ ที่ลดลงจาก 375 เขต เหลือ 350 เขต อาจถูกแบ่งในรูปแบบใหม่ที่ส่งผลต่อฐาคะแนนเสียงของอดีต ส.ส.เดิมบางพรรค และอาจบังเอิญไปเกิดประโยชน์กับบางพรรค ทำให้หลายฝ่ายเริ่มนำหลักภาพการแบ่งเขตที่อาจเกิดปัญหามาแสดง รวมทั้งพรรคเพื่อไทย ที่วันนี้ นำแผนที่การแบ่งเขตซึ่งกระจายฐานคะแนนเดิมให้แยกกันในจังหวัดนครราชสีมามาแสดง โดยอ้างว่า อาจเป็นรูปแบบใหม่ที่ถูกนำมาใช้ ติดตามจากรายงาน
ถ้าตรวจสอบที่เวบไซต์ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง จะเห็นว่า มีรูปแบบการแบ่งเขตเลือกตั้ง 3 รูปแบบ ที่เปิดให้แสดงความคิดเห็น แต่พรรคเพื่อไทย แสดงแผนที่ แบบที่ 4 ของจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งอ้างว่า เป็นรูปแบบที่ถูกเสนอโดยนักการเมืองฝ่ายหนึ่ง ซึ่งเป็นการแบ่งแยกเขตเลือกตั้งแบบที่ไม่เคยปรากฎให้เห็นในการเลือกตั้งที่ผ่านมา และแสดงความกังวลว่า อาจถูกนำมาใช้สำหรับแบ่งเขตในการเลือกตั้งครั้งนี้
พรรคเพื่อไทย ยกตัวอย่างที่ อำเภอพิมาย ซึ่งในการแบ่งเขตเลือกตั้งแบบที่ 1 ซึ่งปรากฏในเวบไซต์ กกต.อำเภอพิมายทั้งหมด อยู่ในเขตเลือกตั้งเดียวกัน และมี 5 ตำบลของอำเภอชุมพวงมารวมอยู่ด้วย แต่รูปแบบที่พรรคเพื่อไทยอ้างว่า อาจจะถูกนมาใช้ จะพบว่า อำเภอพิมาย ถูกกระจายออกไปรวมกับอำเภออื่น ใน 3 เขตเลือกตั้ง คือ อำเภอชุมพวง อำเภอโนนสูง และอำเภอจักราช
อีกตัวอย่าง คือ อำเภอสีคิ้ว การแบ่งเขตแบบที่ 1 ทั้งอำเภอจะอยู่ในเขตเดียวกัน โดยมี 7 ตำบลของอำเภอด่านขุนทดรวมอยู่ด้วย แต่รูปแบบที่ 4 ที่พรรคเพื่อไทย นำมาอ้าง พบว่า พื้นที่ 5 ตำบลของอำเภอสีคิ้ว จะไปรวมเป็นเขตเลือกตั้งเดียวกับ อำเภอสูงเนิน และอำเภอเมือง ซึ่งไม่เคยอยู่ด้วยกันมาก่อน
ดังนั้นพรรคเพื่อไทยจึงแสดงความเห็นด้วยกับการแบ่งเขตแบบที่ 1 พร้อมยืนยันจะคัดค้านการแบ่งเขตเลือกตั้ง หากใช้แบบที่ 4 เพราะมองว่า ไม่เหมาะสมต่อการเลือกตั้งครั้งนี้ แต่ในการแถลงวันนี้ พรรคเพื่อไทย ไม่ได้ระบุที่มาของแผนที่เขตเลือกตั้งแบบที่ 4 ที่นำมาอ้างอิง
กรุงเทพมหานคร บางเขต ถูกพรรคเพื่อไทย อ้างถึงเช่นกัน ว่าอาจมีรูปแบบที่ 4 ปรากฏออกมา โดยระบุไปที่เขตสายไหม บางเขน และคลองสามวา ซึ่งเดิมแต่ละเขต เคยอยู่เป็นเขตของตัวเอง แต่อาจถูกแบ่งย่อยออกไปรวมกับเขตอื่น โดยทั้ง 3 เขต มีอดีต ส.ส.เป็นของพรรคเพื่อไทย
ส่วนเขตเลือกตั้งอื่นที่เคยปรากฏว่า ถูกตั้งข้อสังเกตมาก่อน เช่นในจังหวัดกาญจนบุรี ที่พรรคประชาธิปัตย์ยื่นหนังสือถึงกกต.เพื่อขอให้ทบทวนการดำเนินการก่อนหน้านี้ พบว่า แต่ละเขตเลือกตั้งที่ กกต.แบ่งมีจำนวนประชากรต่างกันมาก โดยเฉพาะรูปแบบที่ 3 ซึ่งเขตเลือกตั้งบางเขตมีจำนวนราษฎรน้อยกว่าเขตเลือกตั้งอื่น “หลักหมื่นคน” ทั้งที่ตามเดิมจะแตกต่างกันเพียง “หลักพันคน” เท่านั้น
แหล่งข่าวจากพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า ได้รับข้อมูลว่า มีแนวโน้มสูงที่กกต.จะเลือกใช้เขตเลือกตั้งรูปแบบที่ 3 กับจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งรูปแบบนี้ พื้นที่เขต 2 ซึ่งเคยเป็นของพรรคประชาธิปัตย์ มีพื้นที่ส่วนหนึ่งหายไป แหล่งข่าวอ้างว่า สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ เพราะอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ถูกต่อรองให้ย้ายพรรคไปสังกัดพรรคการเมืองใหม่พรรคหนึ่ง แต่ไม่รับข้อเสนอ จึงมีข่าวว่าจะใช้รูปแบบการแบ่งเขตเป็นรูปแบบ 3 ซึ่งเป็นรูปแบบที่ไม่เอื้อต่อเจ้าของพื้นที่เดิม
ส่วนอีกหนึ่งพื้นที่ ถูกตั้งคำถามผ่านหน้าเฟซบุ๊กของนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. ซึ่งมองว่า รูปแบบการแบ่งเขต แบบที่ 3 ของจังหวัดสมุทรปราการ อาจไม่เป็นไปตามกฎหมาย เพราะแม้ว่าจำนวนราษฎรของแต่ละเขตเลือกตั้งจะไม่ต่างกันมากนัก แต่มีพื้นที่ในส่วนสีเหลือง ถูกแบ่งโดเยลากเส้นเล็กๆเชื่อระหว่างทิศเหนือกับทิศใต้ คล้ายพยายามทำให้พื้นที่ที่ไม่เชื่อมต่อกัน กลายเป็นเขตเลือกตั้งเดียวกัน