หน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมของสหประชาชาติ เปิดเผยรายงานที่พบว่า เศรษกิจโลกที่ขยายตัวขึ้นในปี 2017 เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นหนึ่งในก๊าซเรือนกระจก เพิ่มขึ้น 1.2 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับปริมาณของปี 2014 ถึงปี 2016 ซึ่งเป็นช่วงที่มีปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์คงที่ ตามแนวโน้มเศรษฐกิจที่ทรงตัว ขณะที่ความพยายามของนานาประเทศในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ก็เริ่มลดน้อยลง
รายงานดังกล่าว ระบุว่า แม้อัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จะเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย แต่เป็นสิ่งที่ต้องนำมาพิจารณาเช่นกัน เพื่อควบคุมไม่ให้อุณหภูมิโลกเพิ่มขึ้นเกิน 1.5 องศาเซลเซียส จากระดับในช่วงยุคก่อนอุตสาหกรรม เนื่องจากในขณะนี้มีแนวโน้มว่าอุณหภูมิโลกจะเพิ่มขึ้น 3.2 องศาเซลเซียสเมื่อสิ้นสุดศตวรรษ
ทั้งนี้ ตามเป้าหมายของข้อตกลงปารีส ลดโลกร้อน ก๊าซเรือนกระจกที่ทั่วโลกปล่อยออกมาในปี 2030 จะต้องลดลงจากระดับในปัจจุบัน 55 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งหมายความว่าทุกประเทศทั่วโลกจะต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ 5 เท่าเพื่อควบคุมไม่ให้อุณหภูมิโลกเพิ่มขึ้นเกิน 1.5 องศาเซลเซียส