วันที่ 7 เม.ย. 58 นายวีรพงศ์ แก้วสุวรรณ ผวจ.ปัตตานี พร้อมด้วย นายแวดือราแม มะมิงจิ ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี ในฐานะกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีบ้านโต๊ะชูด ต.พิเทน อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี ได้ร่วมกันแถลงผลสอบข้อเท็จจริงเหตุปิดล้อมตรวจค้นและวิสามัญฆาตกรรม 4 ศพที่บ้านโต๊ะชูด เมื่อวันที่ 25 มี.ค. 58 ซึ่งถูกประชาชนในพื้นที่เรียกร้องความเป็นธรรมว่าเจ้าหน้าที่รัฐอาจปฏิบัติการเกินกว่าเหตุ และผู้ตายไม่ใช่คนร้าย
ทั้งนี้ การแถลงผลสอบข้อเท็จจริงครั้งนี้เป็นไปตามคำสั่งของแม่ทัพภาคที่ 4 ที่ให้สรุปข้อเท็จจริงขั้นต้นให้ได้ภายใน 7 วัน
นายวีรพงศ์กล่าวต่อว่า สำหรับผลสอบข้อเท็จจริง สรุปสาระสำคัญได้ดังนี้ คณะกรรมการฯได้ตั้งประเด็นสอบ 3 ประเด็น กล่าวคือ ประเด็นแรก ผู้ตายทั้ง 4 คนเป็นผู้กระทำความผิดกฎหมายอาญา หรือเป็นกลุ่มก่อเหตุรุนแรง หรือแนวร่วมหรือไม่ คณะกรรมการฯ มีความเห็นว่า ผู้เสียชีวิตทั้ง 4 คนไม่ใช่ผู้ก่อเหตุรุนแรง และไม่ใช่แนวร่วมกลุ่มก่อเหตุรุนแรง
ประเด็นที่ 2 การริเริ่มปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ถูกต้องและสมเหตุสมผลหรือไม่ ในชั้นนี้คณะกรรมการฯ มีความเห็นว่า จุดเริ่มต้นของการปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นชอบด้วยเหตุผลในการปฏิบัติการ
ประเด็นที่ 3 การวิสามัญฆาตกรรมชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และอาวุธปืนรวมทั้งวัตถุระเบิดของกลางเป็นของผู้ตายหรือไม่ คณะกรรมการฯ มีความเห็นว่า เหตุการณ์ที่เป็นเหตุให้มีการเสียชีวิตทั้ง 4 รายนั้น เกิดขึ้นห่างจากจุดเริ่มต้นของการปฏิบัติการประมาณ 300 เมตร ในบริเวณป่าสวนยางพารา มีเฉพาะเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติการเท่านัน้ที่เห็นเหตุการณ์ ประกอบกับคณะกรรมการฯมีเวลาจำกัดในการแสวงหาข้อเท็จจริงเพียง 7 วัน จึงไม่สามารถหาประจักษ์พยานอื่นใดมาให้ข้อมูลต่อคณะกรรมการฯ
"ส่วนหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ที่ระบุเขม่าดินปืนที่มือผู้ตาย และที่อาวุธปืนของกลาง ไม่มีหลักฐานบ่งชี้ว่าความเชื่อมโยงระหว่างผู้ตายกับอาวุธปืนอย่างชัดเจน และยังมีความเคลือบแคลงในบางประเด็น ในชั้นนี้คณะกรรมการฯไม่สามารถวินิจฉัยในประเด็นการต่อสู้กับเจ้าพนักงานได้ จึงให้เป็นหน้าที่ของการแสวงหาพยานหลักฐานในชั้นกระบวนการยุติธรรม ซึ่งเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานจะต้องถูกแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีตามกฎหมาย" ผวจ.ปัตตานี ระบุ
นายวีรพงศ์กล่าวต่อว่า สำหรับข้อเสนอของคณะกรรมการฯ มี 2 ข้อ คือ 1.เจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องต้องถูกดำเนินคดีตามกระบวนยุติธรรม และ 2.ต้องจ่ายเยียวยาตามระเบียบคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ กพต.