วันนี้ (30 พ.ย.61) นางสาวสลิลลา สีหพันธุ์ ประธานกรรมการฝ่ายกิจการบรรษัท เทสโก้ โลตัส เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2561 ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐทั่วประเทศ จะสามารถใช้เงินในส่วนที่รัฐบาลมอบให้สำหรับซื้อสินค้าอุปโภค บริโภคทุกเดือน 200 บาท – 300 บาทต่อคน และเงินสดเข้าฝั่งกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ มาใช้ซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคได้ และจะได้รับเงินคืนจากภาษีมูลค่าเพิ่ม 5 เปอร์เซ็นต์ จากยอดการใช้จ่าย โดยที่จากกรมบัญชีกลาง ที่จะโอนสมทบเข้าบัญชีเงินฝากของผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในเดือนถัดไป
ขณะที่ฝั่ง ห้างค้าปลีกบิ๊กซี ซูปเปอร์เซ็นเตอร์ ให้สิทธ์แก่ ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่เป็นสมาชิกบิ๊กการ์ดบิ๊กซี ที่มียอดการซื้อขั้นต่ำ 1 บาทขึ้นไป รับทันทีคูปองส่วนลดรวมมูลค่า 180 บาท สามารถรับสิทธิได้ตลอดธันวาคม ที่บิ๊กซี บิ๊กซีเอ็กซ์ตร้า และบิ๊กซีมาร์เก็ต รวม147 แห่งทั่วประเทศ
นอกจากนี้ ยังจัดงาน “มหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและโทรศัพท์มือถือ” จัดแคมเปญรวมผู้ผลิตกว่า 30 ราย จัดแสดงสินค้ากว่า 5,000 รายการ หวังดึงยอดขายเครื่องใช้ไฟฟ้าเพิ่มในช่วงสิ้นปี 1,000 ล้านบาท มากกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนที่อยู่ที่ 800 ล้านบาท นางสาวศิวาพร สัมมุตถี ผู้อำนวยการฝ่ายจัดซื้อผลิตภัณฑ์สินค้ากลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า บริษัท บิ๊กซี ซูปเปอร์เซ็นเตอร์ กล่าวว่า ตลอด11เดือนของปีนี้ กลุ่มสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าของบิ๊กซี โดยเฉพาะ โทรทัศน์ ตู้เย็น มียอดขายเพิ่มขึ้นมากกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ จากปีก่อน ทำให้เชื่อว่ากำลังซื้อสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้ายังคงดี จึงจัดโปรโมชั่นกระตุ้นยอดขาย ลดสินค้าสูงสุดถึง 50 เปอร์เซ็นต์
โดยช้อปช่วยชาติเปิดให้ประชาชนซื้อสินค้า 3 กลุ่มหลัก เพื่อนำใบเสร็จมายื่นหักลดหย่อนภาษี เพราะไม่ต้องการให้เสพติดการออกมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายท้ายปี ทำให้การซื้อขายหยุดชะงัก เนื่องจากประชาชนมักจะรอการซื้อสินค้าจากมาตรการรัฐ จึงช่วยเหลือเพียงบางกลุ่มที่จำเป็น สำหรับสินค้าบางรายการที่กำหนดให้ใช้สิทธิ์หักลดหย่อนภาษี ประกอบด้วย ยางรถยนต์ ที่ผลิตในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นยี่ห้อใดทั้งในและต่างประเทศ ที่มีสติกเกอร์โครงการช้อปช่วยชาติ ส่วนการส่งเสริมซื้อสินค้าโอท็อป เพื่อช่วยเพิ่มตลาดให้กับสินค้าชุมชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ เพื่อนำไปใช้เป็นของฝาก ของขวัญให้กับญาติ ลูกค้า เพียงนำใบเสร็จที่ระบุชื่อผู้ซื้อ ผู้ขาย รายการสินค้าและที่อยู่ชัดเจน ไม่จำเป็นต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มสามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีได้ เพราะจะทำให้ชุมชนได้ประโยชน์ และการซื้อหนังสือ รวมถึง E-Book แต่ไม่รวมหนังสือพิมพ์ วารสาร เพราะเป็นการซื้อเป็นประจำอยู่แล้ว เพียงแต่ต้องการส่งเสริมให้คนไทยรักการอ่านมากขึ้น สำหรับ E-Book เมื่อซื้อผ่านออนไลน์รูปแบบต่าง ๆ หากมีเอกสารหลักฐานชัดเจนในการซื้อขายนำมาหักลดหย่อนได้
ทั้งนี้ โครงการช้อปช่วยชาติกำหนดให้เริ่มตั้งแต่ 15 ธันวาคม 2561 – 15 มกราคม 2562 โดยนำค่าใช้จ่ายจากการซื้อสินค้าทั้ง 3 กลุ่ม นำมาหักลดหย่อนภาษีได้ วงเงินไม่เกิน 15,000 บาท โดยกระทรวงการคลังเตรียมเสนอรายละเอียดโครงการช้อปช่วยชาติให้คณะรัฐมนตรี หรือ ครม. พิจารณาเห็นชอบภายในวันที่ 4 ธันวาคม