วันนี้ (20 ธ.ค.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางเรวดี ทัฬหสุนทร ทันทีที่มาถึงศาลอาญา ที่มีอาการเหม่อลอยตลอดเวลา เดินไปยังจุดที่นายศุภชัย ทัฬหสุนทร สามี กระโดดลงมาเสียชีวิต ก่อนนำคำร้องอุทธรณ์ วางลง พร้อมกล่าวว่า วันนี้ได้สู้หาความยุติธรรมให้กับบุตรชายตามความต้องการ พร้อมกับร้องให้ตลอดเวลา
ด้านนายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความ หลังพานางเรวดี นำคำร้องยื่นอุทธรณ์แล้ว ระบุว่า คำอุทธรณ์ของนางเรวดี ซึ่งเป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการ นำเสนอ 2 ประเด็นสำคัญ คือ กรณีคำให้การในชั้นสอบสวนของนายพีรวิชญ์ ปุตตะจินารักษ์ หรือ ตง พยานคนสำคัญ ที่ไม่ได้มาเบิกความในชั้นศาลมีน้ำหนัก เพราะให้การว่าจำเลยในคดีเป็นผู้ก่อเหตุจริงถึง 2 ครั้ง คือหลังเกิดเหตุการณ์เพียง 2 ชั่วโมง และการชี้ตัวยืนยันตัวจำเลยว่าเป็นผู้ก่อเหตุ และจากการรวบรวบคำให้การของพยาน ยังพบว่าจำเลยได้ลงมือทำร้ายผู้ตาย ดังนั้นถึงแม้จำเลยจะไม่ได้ลงมือแทงผู้ตายก็ย่อมตกเป็นตัวการร่วมก่อเหตุ
โดยอีกประเด็นที่ทีมทนายความยื่นอุทธรณ์ คือ กรณีศาลชั้นต้นงดสืบพยานปากนายตง โดยให้เหตุผลว่านายตงมีอาการป่วยทางจิต ทีมทนายความจึงยกประเด็นใบรับรองแพทย์ที่ออกเมื่อเดือน มกราคม ปี 2560 แพทย์มีความเห็นให้ชะลอการเบิกความไปก่อนเท่านั้น และใบรับรองแพทย์นำมาใช้อ้างในเดือนมิถุนายน 2560 แต่ออกตั้งแต่เดือนมกราคม ซึ่งห่างกัน 5 เดือน และนายตงยังออกไปกระทำความผิดในคดีอื่นอีกด้วยสติสัมปัชชัญญะครบถ้วน ชี้ให้เห็นว่าพยานปากนี้ไม่ได้ป่วยจริง โจทก์ร่วมจึงขอให้ให้เรียกนายตง มาสืบพยานเพิ่มเติมตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 208(1) ซึ่งหากศาลเรียกนายตงมาสอบพนายเพิ่มตามคำร้อง ถือว่าเป็นครั้งแรกที่มีการใช้กฏหมายข้อนี้ในกระบวนการยุติธรรม