สถิติขององค์การเภสัชกรรมพบว่าแต่ละปีมีผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังใช้งบประมาณของรัฐมากกว่า 2 หมื่นล้านบาท นอกจาก “น้ำยาล้างไต”ถูกใช้เป็นเครื่องมือช่วยชีวิตจำนวนมากแล้ว สมาคมเพื่อโรคไตแห่งประเทศไทย ได้มีแนวคิดนำ “ถุงน้ำยาล้างไต” มารีไซเคิลเป็นกระเป๋า เครื่องแต่งกาย สร้างรายได้ให้ครอบครัวคนเหล่านี้
โดยกระเป๋าสะพายหลากสีสันไม่ได้ทำมาจากผ้าธรรมดา เพราะด้านนอกมีการห่อหุ้มด้วย “ถุงน้ำยาล้างไต” ที่ผ่านการฆ่าเชื้อแล้วเป็นอย่างดี และเมื่อนำมาทำกระเป๋ายังสามารถกันน้ำได้ด้วย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ประตูสู่เศรษฐี : ผลิตภัณฑ์จากถุงน้ำยาล้างไต
รายงานแจ้งว่าสถานการณ์ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังในประเทศไทยพบว่ามีมากกว่า 2 ล้านคน และผู้ป่วยที่เป็นโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายมีถึง 1 แสนคน กลุ่มนี้จะต้องล้างไตทางช่องท้อง และมีถุงเหลือจำนวนมาก และนอกจากถุงน้ำยาจะช่วยชีวิต ยังนำมาทำกระเป๋าเครื่องนุ่งห่มได้ เพราะมีคุณสมบัติเหนียวและคงทน
แนวคิดนี้เป็นวิธีการเพิ่มมูลค่าให้กับ “ถุงน้ำยาล้างไต” ที่มีมากกว่า 30 ล้านถุงต่อปี เพราะหากนำไปขายแบบธรรมดาทั่วไปผู้ค้าจะรับซื้อกิโลกรัมละ 4 บาท ถึง 5 บาท แต่ถ้านำมาแปรรูปเป็นเครื่องใช้ต่างๆจะเพิ่มรายได้ให้ชุมชนหลายเท่าตัว
ทั้งนี้ภาคเหนือคือพื้นที่ที่พบผู้ป่วยโรคได้มากที่สุด และ จ.เชียงราย ติด 1 ใน 3 ของจังหวัดที่มีสถานการณ์น่าเป็นห่วง.ศูนย์ไตเทียมจึงเป็นความหวังของผู้ป่วยที่ใช้สิทธิ์ประกันสุขภาพถ้วนหน้า เพราะมีค่าใช้จ่ายสูงหากต้องออกค่าใช้จ่ายเอง การเพิ่มรายได้จากการผลิตกระเป๋า สิ่งของจาก “ถุงน้ำยาล้างไต” จึงเป็นวิธีเพิ่มรายได้ให้ครอบครัวที่อยู่ห่างไกลมีค่าใช้จ่ายเดินทางมาโรงพยาบาล
ทั้งนี้จากข้อมูลจากองค์การเภสัชกรรมพบว่าผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังเพิ่มขึ้นร้อยละ 15-20 หากไม่มีรณรงค์เรื่องลดการกินเค็ม มีการคำนวณว่า 5 ปีข้างหน้าจะมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นประมาณ 2 แสนคน นั่นหมายความว่ากระทรวงสาธารณสุขจะต้องใช้งบประมาณเพิ่มกว่า 4 หมื่นล้านบาทต่อปี
ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ผลิตที่นอนลมจากถุงน้ำยาล้างไตช่วยผู้ป่วย
สิ่งของเครื่องใช้จาก “ถุงน้ำยาล้างไต” มีเป้าหมายกระจายรายได้ให้ผู้ป่วยที่มีสถานะทำงานนอกบ้านไม่ได้และเป็นการลดสภาวะโลกร้อนเนื่องจากถุงน้ำยาล้างไตย่อยสลายยาก ปัจจุบันพบว่าบางชุมชนมีรายรับจากการผลิตกว่า 2 แสนบาทต่อเดือน