เมื่อวานนี้ (23 ธ.ค.61) น.ส.ทัศนีย์ เมืองแก้ว รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร หรือ สศก. เปิดเผยว่า สศก.เตรียมประเมินมาตรการเกี่ยวกับยางพารา ที่จะมีผลกระทบต่อราคายางพาราที่เกษตรกรขายได้ จาก 3 มาตรการ เพื่อเสริมความเข้มแข็งชาวสวนยางและพัฒนาอาชีพเกษตรกรชาวสวนยาง โดยการแจก 1,800 บาท ต่อไร่ ไม่เกิน 15 ไร่ ต่อราย, มาตรการโค่นยางละ 400,000 ไร่ ต่อปี ของการยางแห่งประเทศไทย หรือ กยท. และมาตรการใช้ยางมาทำถนน 1 หมู่บ้าน 1 กิโลเมตร ซึ่งจะใช้ยางพาราประมาณ 1 ล้านตัน เชื่อว่าจะทำให้ราคายางแผ่นดิบรมควันปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 5-6 บาท ต่อกิโลกรัม
ทั้งนี้ หลังจากรัฐบาลมีการปลดล็อคปัญหาและอุปสรรคของการจัดซื้อจัดจ้าง การทำถนน เพื่อลดปริมาณยบางพาราในประเทศ ทำให้ราคายางพาราเริ่มปรับตัวดีขึ้น อยู่ที่ราคา 44 บาท ต่อกิโลกรัม จากก่อนที่จะมีโครงการราคาอยู่ที่ 41 บาท ต่อกิโลกรัม
นอกจากนี้ราคาน้ำมันในตลาดโลกในปี 2562 มีแนวโน้มลดลงมาอยู่ที่ 60 เหรียญ ต่อบาร์เรล จากปี 2561 ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 70 เหรียญ ต่อบาร์เรล ดังนั้นราคายางน่าจะลดลงอีก ดูได้จากราคาตลาดล่วงหน้าที่มีการส่งมอบในเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2562 ราคาลดลงประมาณ 5 เปอร์เซ็นต์แล้ว และสินค้าที่ใช้ทดแทนยางพาราเมื่อน้ำมันลดลง ยิ่งจะราคาลดต่ำลง ผู้ผลิตก็จะหันไปใช้สินค้าทดแทนที่ต้นทุนต่ำกว่า
น.ส.ทัศนีย์ กล่าวต่อว่า จากนี้ต่อไป ราคายางพาราจะไม่ปรับสูงขึ้นเหมือนในอดีต เพราะหลากหลายปัญหา ทั้งปัญหาพื้นที่เพาะปลูกในประเทศมีมาก ทำให้มีผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมากกว่าการใช้ในประเทศและส่งออก ปัญหาเศรษฐกิจโลกชะลอตัวถือเป็นอีกปัจจัยที่จะกระทบกับผู้ซื้อรายสำคัญของยางพาราไทย คือ จีน