“หม่อมอุ๋ย”ไม่เอา“บิ๊กตู่”เป็นนายกฯอีก ยก 8 เหตุผลสนับสนุน

โดย PPTV Online

เผยแพร่

นับเป็นความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ เมื่อหม่อมราชวงศ์ปรีดิยาธร เทวกุล เผยแพร่บทความผ่านสำนักข่าวอิศรา สะท้อนมุมมองต่อการทำงานของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตลอดกว่า 4ปีที่ผ่านมา ครั้งนี้ถือเป็นการแสดงจุดยืนชัดเจนที่สุด เมื่ออดีตรองนายกรัฐมนตรีในครม.ประยุทธ์ 1 คนนี้ ระบุ ไม่ต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์ กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง โดยยกเหตุ 8 ข้อ สนับสนุนความคิด

เหตุผลข้อที่ 1 ในมุมมองของหม่อมราชวงศ์ปรีดิยาธร เทวกุล ระบุว่า ช่วง3ปีหลังของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ กระทำการในลักษณะขาดวินัยการคลังตลอดเวลา รายได้เพิ่มขึ้นกว่ารายได้ และได้นำเงินรายได้ในอนาคตมาใช้จ่ายลงทุนเป็นงบประมาณที่มีผลผูกพันธ์ในบางกระทรวงที่ไม่อาจยอมรับได้ เช่นกระทรวงกลาโหม

ข้อ 2 พล.อ.ประยุทธ์ และเพื่อนร่วมรุ่น 6-7คน มีพฤติกรรมแอบตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ ด้วยการเพิ่มบทบัญญัติลงในพระราชบัญญัติปิโตรเลียมวาระที่ 2 ทั้งที่วาระที่ 1 ไม่มีหลักการส่วนนี้ปรากฎอยู่

ข้อ3 การดำเนินนโยบายด้านการต่างประเทศของพล.อ.ประยุทธ์ เป็นไปในลักษณะผูกมิตรกับประเทศมหามิตรฝ่ายหนึ่งมากเกินไป ขัดกับอดีตที่ประเทศไทยมีนโยบายต่างประเทศถ่วงดุลอำนาจระหว่างมหามิตรทุกฝ่าย

ข้อ 4 ตลอดการบริหารงานกว่า 4 ปี ของรัฐบาลที่นำโดยพล.อ.ประยุทธ์ ภายใต้ คสช. ได้กระทำการหลายอย่างเป็นประจำที่ทำให้คนไทยโดยทั่วไป เห็นว่า ทหารมีอภิสิทธิ์เหนือพลเรือน เช่น โรงการราชภักดิ์ที่หัวหิน

ข้อ 5  ในช่วง1ปีที่เคยทำงานกับพลเอกประยุทธ์ หม่อมราชวงศ์ปรีดิยาธร เห็นว่า พลเอกประยุทธ์ สนิทสนม และใกล้ชิดกับนายทุนที่เป็นเจ้าของธุรกิจขนาดใหญ่บางราย เริ่มตั้งแต่การแต่งตั้งบุคคลที่สนิทสนมกับกลุ่มธุรกิจปลอดภาษีเป็นประธานของการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย ตามมา ด้วยการแต่งตั้งให้บุคคลที่เป็นตัวแทนของกลุ่มธุรกิจใหญ่กลุ่มหนึ่งโดยเฉพาะ เข้าไปนั่งเป็น กรรมการในคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน

 

ทั้งนี้ในข้อนี้ ม.ร.ว.ปรีดิยาธรระบุว่า "ในระหว่างหนึ่งปีที่ผมทำงานกับพลเอกประยุทธ์ ได้เห็นว่าพลเอกประยุทธ์ สนิทสนม และใกล้ชิดกับนายทุนที่เป็นเจ้าของธุรกิจขนาดใหญ่บางราย เริ่มตั้งแต่การแต่งตั้งบุคคลที่สนิทสนมกับกลุ่มธุรกิจปลอดภาษีเป็นประธานของการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย ตามมา ด้วยการแต่งตั้งให้บุคคลที่เป็นตัวแทนของกลุ่มธุรกิจใหญ่กลุ่มหนึ่งโดยเฉพาะ เข้าไปนั่งเป็น กรรมการในคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ซึ่งช่วยให้สามารถได้รู้ข้อมูลด้านการลงทุนที่ยังไม่เปิดเผยก่อนผู้อื่น และรู้แง่มุมของการวางนโยบายที่เป็นเรื่องไม่พึงเปิดเผยด้วย และยังเคยเชิญ นักธุรกิจคนหนึ่งให้เข้าไปร่วมแสดงความเห็นในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีด้วย ซึ่งก็เป็นความเห็นที่ เป็นประโยชน์แก่นักธุรกิจผู้นั้นโดยเฉพาะและยังมีตัวอย่างอื่นอีกหลายเรื่องที่แสดงให้เห็นความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับนักธุรกิจรายใหญ่บางคนโดยเฉพาะ"

นอกจากนี้ ยังเคยเอ่ยปากให้ผมจัดให้กลุ่มธุรกิจกลุ่มใหญ่กลุ่มหนึ่งเป็นผู้ลงทุนและดำเนินการรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ-หัวหิน โดยไม่ต้องมีการประมูล เคยเอ่ยปากให้ผมจัดให้กรมธนารักษ์ให้เช่าที่ดินในเขตทหารบริเวณกาญจนบุรี ให้เอกชนรายหนึ่งเช่าโดยให้คิดค่าเช่าในราคาถูก

ความสัมพันธ์เช่นนี้ไม่เหมาะสมสำหรับผู้ที่เป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศ ซึ่งพลเอกประยุทธ์ ไม่เคยเข้าใจนัยสำคัญของเรื่องนี้

ข้อ 6 พล.อ.ประยุทธ์ เป็นคนไม่กล้าตัดสินใจในสิ่งที่ถูกต้อง เพราะกลัวเสียคะแนนนิยม หม่อมราชวงศ์ปรีดิยาธร ระบุว่า รัฐมนตรีที่เคยร่วมงานเป็นพยานได้ว่า เมื่อมีเรื่องใดที่ต้องอนุมัติเพื่อแก้ปัญหาและปฏิรูป แต่มีความเห็นค้านในโซเชีบลมีเดีย พล.อ.ประยุทธ์ จะสั่งถอยเสมอ แม้ว่าความเห็นนั่นจะไม่มีข้อเท็จจริงที่มีน้ำหนักเพียงพอ

ข้อ 7 ปีหน้าไทยจะเป็นประธานการประชุมอาเซียน หากพล.อ.ประยุทธ์กลับมาเป็นนายกฯ และทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม อาจทำให้คนไทยไม่มั่นใจ โดยอดีตรองนายกรัฐมนตรีคนนี้ อ้างถึงเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในการประชุมประเทศกำลังพัฒนา G77 ที่เคยกล่าวตำหนินักการเมืองฝ่ายตรงข้ามและสื่อมวลชนระหว่างกล่าวสุนทรพจน์  และสุดท้ายข้อ 8  ตลอดระยะเวลา 4 ปี พล.อ.ประยุทธ์ได้แสดงอารมณ์ฉุนเฉียวหลายต่อหลายครั้ง ระหว่างการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน

สำหรับหม่อมราชวงศ์ปรีดิยาธร เทวกุล เคยดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีในครม.ประยุทธ์ 1 หลังรัฐประหาร และอยู่ในตำแหน่งได้ประมาณ1ปี ก่อนจะถูกปรับออกในการปรับคณะรัฐมนตรีครั้งแรก โดยมีคำสั่งแต่งตั้งนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เข้ามาทำหน้าที่แทน  จนถึงตอนนี้ยังไม่มีคำชี้แจงและปฏิกิริยาตอบกลับมาจากทางพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หลังบทความนี้ถูกเผยแพร่ออกมา  

ส่วนพรรคชาติไทยพัฒนา วันนี้มีความเคลื่อนไหวหลังมีข้อมูลว่านายจองชัย เที่ยงธรรม อดีต ส.ส.สุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนาหลายสมัย และ นายประภัตร โพธสุธน เลขาพรรคชาติไทยพัฒนา มีข้อขัดแย้งกันเกี่ยวกับการส่งบุคคลในครอบครัวลงสมัคร ส.ส.ในพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี โดยนายประภัตรให้นายยุทธนา โพธสุธน ซึ่งเป็นหลานชาย และเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ  ลงแข่งขันกับนายเสมอกัน เที่ยงธรรม อดีตส.ส.สุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ซึ่งเป็นลูกชายนาย จองชัย โดยปัญหาทั้งหมดไม่สามารถหาข้อตกลงกันได้ จนนายจองชัยย้ายไปเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย เรื่องนี้ นางสาวกัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ยอมรับว่าเป็นเรื่องจริง และเป็นปัญหาภายในพรรค จากนี้จะมีการพูดคุยกันในพรรคอีกครั้งและต้องมีการพูดคุยและเจรจาทำความเข้าใจกับนายจองชัย

หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ยืนยันว่า จะส่งนายเสมอกัน ลูกชายนายจองชัย  ลงสมัครเขต 4 ตามเดิม ส่วนนายประภัตร โพธสุธน เลขาธิการพรรคชาติไทย จะลงสมัคร ส.ส.สุพรรณบุรี เขต 3 ขณะที่มีข้อมูลจากพรรคภูมิใจไทยว่า นายจองชัย จะลงแข่ง ส.ส.สุพรรณเขต 3 ด้วยเช่นกัน

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ