วันนี้ 4 ม.ค. 2561 นายอานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ จิสด้า ระบุว่า ขณะนี้ได้ใช้ดาวเทียมติดตามทั้งการเคลื่อนตัวของแนวพายุปาปึก รวมถึงใช้ภาพถ่ายดาวเทียมตรวจสอบระดับความสูงคลื่นในทะเล เพื่อเสริมการทำงานของกรมอุตุนิยมวิทยา ซึ่งพบว่าบริเวณที่อยู่ใกล้ศูนย์กลางพายุ คลื่นมีความสูงประมาณ 3 เมตร ส่วนชายฝั่งทั่วไป เช่น จ.สงขลา นครศรีธรรมราช ขณะนี้มีความสูงคลื่นอยู่ที่ 1-2 เมตร ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่อันตรายโดยเฉพาะกับกลุ่มเรือขนาดเล็ก ส่วนพายุหมุนและคลื่นพายุหมุนยกซัดฝั่ง หรือสตอร์มเซิร์ช นั้น ล่าสุดยังไม่พบว่าเกิดขึ้น (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ทีมกรุ๊ป เชื่อพิษ “พายุปาบึก” ทำนครศรีฯ อ่วม แนะ ปชช.ออกจากพื้นที่เสี่ยง )
ทั้งนี้ จิสด้า เผย แผนที่แสดงข้อมูลความสูงของภูมิประเทศที่ต่ำกว่าระดับ 0.5 เมตร บริเวณ จ.ชุมพร ประจวบคีรีขันธ์ สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำชายฝั่งทะเลที่มีความเสี่ยงที่อาจจะเกิดคลื่นพายุซัดฝั่ง หรือ storm surge มากกว่าพื้นที่อื่นๆ จากอิทธิพลของพายุปาบึก (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : “พายุปาบึก” ขึ้นฝั่งนครศรีฯค่ำนี้ ระวังอันตรายฝนตกหนัก คลื่นสูง 3-5 เมตร )
สำหรับสตอร์มเซิร์ช Storm Surge หรือปรากฏการณ์น้ำหนุน เป็นคลื่นที่เกิดจากการยกตัวขึ้นของน้ำทะเลนอกชายฝั่ง จากอิทธิพลของความกดอากาศต่ำ และอิทธิพลของพายุหมุนเขตร้อน เมื่อลมที่มีความเร็วสูงพัดผ่านพื้นผิวทะเล จะทำให้คลื่นสูงขึ้นกว่าปกติไปอีก 1 – 2 เมตร ซึ่งจะทำให้พื้นที่ลุ่มต่ำมีน้ำเอ่อหนุนขึ้น จากสถานการณ์ดังกล่าวนี้ จิสด้าได้มีการวิเคราะห์ชายฝั่งทะเลหลายๆจุดในภาคใต้ฝั่งตะวันออกซึ่งเป็นพื้นที่ต่ำ เช่น จ.ชุมพร ประจวบคีรีขันธ์ สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช ที่มีหลายพื้นที่เป็นพื้นที่ต่ำและเอ่อท่วมได้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
“ปากพนัง” สั่งเฝ้าระวัง! “พายุปาบึก” ขั้นสูงสุด
"พายุปาบึก” มาจากไหน! รู้ไว้ก่อนมาถึงภาคใต้ของไทย
กำเนิด "พายุปาบึก" บุกไทย