ตามกำหนดเดิม ฟิลิปโป กรานดี ข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติจะเดินทางไปเยือนรัฐยะไข่ตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว แต่ทางการเมียนมาร์ได้ยกเลิกกำหนดการเดินทางดังกล่าว เนื่องจากเกิดเหตุกลุ่มติดอาวุธชาวโรฮิงญาสังหารตำรวจ 13 นาย บริเวณด่านชายแดนที่ติดกับบังกลาเทศ
โดยการตัดสินใจเลื่อนการเดินทางไปยังรัฐยะไข่ของกรานดี และความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นกับการเดินทางไปยังรัฐเดียวกันของ คริสตีน เบอร์เกนเนอร์ ผู้แทนสหประชาชาติ ทำให้เกิดความวิตกว่ารัฐบาลเมียนมาร์อาจกลับลำไม่ยอมแก้ปัญหาผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญาตามที่เคยให้สัญญาไว้
อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวด้านการทูตเปิดเผยว่าในช่วงปลายสัปดาห์นี้ อังกฤษอาจหยิบยกเรื่องนี้มาหารือในที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ โดยปัญหากองทัพเมียนมาร์ใช้ความรุนแรงในรัฐยะไข่ตั้งแต่ปี 2017 เป็นต้นมาทำให้ชาวโรฮิงญาประมาณ 720,000 คน อพยพข้ามพรมแดนไปลี้ภัยในบังกลาเทศ ซึ่งผู้อพยพชาวโรฮิงญาระบุว่าบ้านเรือนถูกเผาทำลาย มีการข่มขืนและฆาตกรรม
ขณะที่ อังกฤษ ฝรั่งเศส สหรัฐฯ และ เลขาธิการสหประชาชาติ อันโตนิโอ กูเตียเรซ ระบุว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ส่วนคณะผู้ตรวจสอบของสหประชาชาติเรียกร้องให้สอบสวนผู้นำเหล่าทัพของเมียนมาร์ในข้อหาก่ออาชญากรรมสงคราม