ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระดาษถูกนำมาพับเป็นรอยนูนวาดลวดลายกลีบดอกคูณ ตกแต่งบริเวณตัวนกหัสดีลิงค์ ก่อนทาสีขาวทับ ซึ่งการใช้สีโทนสีขาว สื่อถึงความเรียบง่าย สมเกียรติ รวมถึงความบริสุทธิ์ เพื่อส่งดวงวิญญาณสู่สรวงสวรรค์ ที่ประธานฝ่ายก่อสร้างนกหัสดีลิงค์ เล่าถึง ขั้นตอนหนึ่งของการก่อสร้าง
ขณะที่บริเวณด้านในตัวนก โดยเฉพาะบริเวณเตาเผา ที่ด้านในจะหีบไม้หอม ที่บรรจุร่างหลวงพ่อ จะถูกตกแต่งด้วยสีทอง เพราะตามความเชื่อของชาวอีสาน สีทองเป็นสีที่ เสริมสิริมงคล
สำหรับนกหัสดีลิงค์นี้จะมีรูปลักษณ์ไม่เหมือนกับภาคอื่น ๆ เพราะส่วนหัวของนกถูกสร้างตามแบบฉบับชาวอีสาน ที่หัวเป็นนกแต่มีงา และมี 4 งวง ถอดแบบตามรูปปั้นช่างวัดบ้านไร่ ของหลวงพ่อคูณ ถือเป็นการสร้างนกหัสดีลิงค์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะประจำหลวงพ่อเท่านั้น
ทั้งนี้ยังถือเป็นนกหัสดีลิงค์ที่ใหญ่ที่สุดมีขนาดความสูง 22.6 เมตร หน้ากว้าง 8 เมตร ลำตัวยาว 16 เมตร โดยรอบรายล้อมด้วยสัตว์หิมพานต์ 32 ตน และปูนปั้นพญานาค 16 ตน ซึ่งเป็นไปตามความเชื่อว่าเสมือนเป็นสายรุ้ง ส่งให้ดวงวิญญาณ
นอกจากการสร้างในเชิงศิลปกรรม ข้อมูลพบว่า นกหัสดีลิงค์จะเกี่ยวกับพิธีงานศพของพระสงฆ์ที่มีพรรษามาก โดยจะทำเป็นปราสาทศพรูปนกหัสดีลิงค์ เพราะมีความเชื่อกันว่านกหัสดีลิงค์สามารถนำดวงวิญญาณของผู้ตายไปสู่สวรรค์ได้ ซึ่งตามตำนานก่อนที่จะเผา จะต้องมีพิธีกรรมการฆ่านกหัสดีลิงค์ และผู้ที่จะฆ่านกหัสดีลิงค์ได้คือนางสีดาเท่านั้น
ปรเมศวร์ ดวงสุดา ถ่ายภาพ
ธิดาพร ภูแดนแผน รายงาน