ประธานาธิบดี อูฮูรู เคนยัตตา ของเคนยา แถลงผ่านสถานีโทรทัศน์แห่งชาติ ประกาศว่า เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเหตุคนร้ายบุกกราดยิงโรงแรมดุสิตดีทู ในเครือโรงแรมดุสิตธานี รวมถึงสำนักงานต่างๆ กลางกรุงไนโรบี ได้แล้ว โดยเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจตราอาคารทุกแห่งในที่เกิดเหตุ และช่วยอพยพพลเรือนกว่า 700 คน ที่่ติดอยู่ในที่เกิดเหตุออกมาอย่างปลอดภัยหมดแล้ว ส่วนกลุ่มคนร้ายทั้งหมดถูกกำจัดไปหมดแล้ว
ยอดผู้เสียชีวิตที่ได้รับการยืนยันขณะนี้อยู่ที่อย่างน้อย 14 คน ในจำนวนนี้มีพลเมืองชาวอเมริกันรวมอยู่ด้วย 1 คน แต่องค์การกาชาดของเคนยา ระบุว่า ตัวเลขอาจสูงถึง 24 คน
ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่าเห็นกลุ่มคนร้ายพร้อมอาวุธไม่ต่ำกว่า 4 คน บุกเข้าไปในบริเวณอาคารดังกล่าว ก่อนจะเปิดฉากโจมตีด้วยการระเบิดรถยนต์ 3 คัน และระเบิดฆ่าตัวตาย ทำให้ผู้คนในบริเวณนั้นตื่นตระหนก วิ่งหนีตายกันอลหม่าน นอกจากนี้ ยังมีรายงานเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด
หลังเกิดเหตุ ตำรวจและเจ้าหน้าที่ความมั่นคงเคนยาได้ลงพื้นที่ เปิดฉากยิงปะทะกับกลุ่มคนร้าย พร้อมช่วยพนักงานและนักท่องเที่ยวที่อยู่ในอาคารออกมา ขณะที่กลุ่มก่อการร้าย "อัล ชา-บับ" ในโซมาเลีย ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มอัลกออิดะห์ ออกมาอ้างว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง: บุกถล่ม “โรงแรมดุสิต” ในเคนย่า )
ด้าน น.ส. บุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ว่า จุดเกิดเหตุอยู่ห่างจากสถานเอกอัครราชทูตไทย ในกรุงไนโรบี ประมาณ 5 กิโลเมตร โดยปัจจุบัน มีพนักงานคนไทยที่ทำงานภายในร้านอาหารและสปาของโรงแรมนี้ จำนวนทั้งสิ้น 7 คน แต่ขณะเกิดเหตุ มีพนักงานคนไทยทำงานอยู่ 4 คน ซึ่งขณะนี้ได้อพยพออกจากที่เกิดเหตุและอยู่ในที่ปลอดภัยแล้ว
ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ก็ได้ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้เช่นกัน โดยจากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าไม่มีคนไทยเสียชีวิต ถือว่าเป็นเรื่องดี และขณะนี้กระทรวงการต่างประเทศกำลังดำเนินการติดต่อกับทางรัฐบาลเคนยา
ส่วน บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) ได้ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งสำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมยืนยันว่าทางบริษัทได้ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยอย่างเต็มที่ และจะดูแลความปลอดภัยของลูกค้าและพนักงานทุกคนอย่างเต็มความสามารถ โดยขณะนี้กำลังประสานงานอย่างใกล้ชิดกับเจ้าหน้าที่หน่วย เพื่อให้ทุกคนปลอดภัย
ส่วนโรงแรมจำเป็นต้องหยุดให้บริการเป็นการชั่วคราว แต่ทางโรงแรม กำลังประสานงานในการนำแขกที่เข้าพักก่อนหน้านี้ และมีกำหนดจะเข้าพัก ส่งต่อไปยังโรงแรมอื่นในตัวเมืองแล้ว
สำหรับกลุ่ม อัล ชา-บับ เป็นกลุ่มติดอาวุธอิสลามหัวรุนแรงที่ต่อต้านรัฐบาลโซมาเลีย แต่ก่อเหตุทั่วแอฟริกาตะวันออก ซึ่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เคนยาต้องเผชิญกับเหตุก่อการร้ายหลายครั้ง โดยเฉพาะในเมืองหลวงและพื้นที่ที่ติดกับชายแดนโซมาเลีย อาทิ เหตุบุกยึดศูนย์การค้าเวสต์เกตในกรุงไนโรบี เป็นเวลาร่วม 80 ชั่วโมง เมื่อปี 2013 ครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิต 67 คน
และอีกสองปีหลังจากนั้น กลุ่มอัลชาบับได้ก่อเหตุโจมตีที่มหาวิทยาลัยการิสซา (Garissa University) ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดคือ เกือบ 150 คน