ความคืบหน้าติดตามทวงคืน "สมบัติชาติ" จากสหรัฐฯกว่า 260 รายการ

โดย Kochaphan Suksujit

เผยแพร่

กระทรวงวัฒนธรรมเดินหน้าติดตามทวงคืนวัตถุโบราณอีก 260 รายการ โดยมี 2 รายการเป็นระดับมาสเตอร์พีซ คือ ทับหลังปราสาทหนองหงส์ จ.บุรีรัมย์ และทับหลังจากปราสาทเขาโล้น จ.สระแก้ว

ตลอดระยะเวลา 5 ปี ตั้งแต่ปี 2557 จนถึงปัจจุบัน ประเทศไทยได้รับส่งมอบคืนโบราณวัตถุและศิลปวัตถุทั้งหมด 751 รายการ รวม 8 ครั้ง โดย 7 ครั้งจากสหรัฐอเมริกาและอีก 1 ครั้ง จากออสเตรเลีย แต่ยังมีอีกประมาณ 260 รายการ ที่ยังต้องดำเนินการติดตามทวงคืน

นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม บอกว่า ทั้ง 260 รายการ บางรายการอยู่ในกระบวนการทางกฎหมาย บางรายการอยู่ในขั้นตอนของการตรวจสอบ โดยมี 133 รายการ ที่แสดงในพิพิธภัณฑ์ในสหรัฐอเมริกา และอีก 124 รายการเป็นการสำรวจพบ จากคณะทำงานติดตามโบราณวัตถุของไทยในต่างประเทศกลับคืนสู่ประเทศไทย ทั้ง นักวิชาการ กระทรวงการต่างประเทศ ผู้เชี่ยวชาญทางกฎหมาย คอยตรวจตราวัตถุโบราณที่ถูกลักลอบนำออกนอกประเทศหากรายการใดสงสัยว่าเป็นของประเทศไทย ก็จะดำเนินการติดตามทวงคืนทันที

เขาบอกต่อว่า 2 ชิ้นที่ถือว่าเป็นระดับมาสเตอร์พีซของไทย คือ ทับหลังจากปราสาทหนองหงส์ จ.บุรีรัมย์ และทับหลังจากปราสาทเขาโล้น จ.สระแก้ว โดยขณะนี้เอกสารหลักฐานต่างๆ เช่น ภาพถ่ายที่แสดงอยู่ที่ถิ่นกำเนิดก่อนถูกลักลอบ ได้รับการตรวจสอบในขั้นตอนทางกฎหมายของสหรัฐอเมริกาแล้วครบถ้วนสมบูรณ์ คาดว่า 1-2 เดือนนี้จะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาล

สำหรับ ทับหลังจากปราสาทหนองหงส์ เดิมตั้งอยู่บริเวณประตูเข้าออกทั้ง 3 หลัง ศิลปะลพบุรี ราวพุทธศตวรรษที่ 16 หายไปกว่า 50 ปีแล้ว จากปราสาทหนองหงส์ อำเภอโนนดินแดง จังหวัดบุรีรัมย์ ก่อนจะพบว่าอยู่ในสหรัฐอเมริกา

ส่วนทับหลังปราสาทเขาโล้น จังหวัดสระแก้ว ศิลปะลพบุรี ราวพุทธศตวรรษที่ 16-17 ภาพสลักบนเสาติดกับผนังปราสาทหินพนมรุ้ง ม้าหินทราย สัตว์พาหนะของพระนารายณ์ ไปพบอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ ชอง-มุน-ลี ซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกาเช่นกัน

ส่วนสาเหตุที่วัตถุโบราณเหล่านี้ถูกนำลักลอบออกไปจากประเทศไทย นายวีระ บอกว่า “อาจจะมีการนำออกไปเมื่อ 40-50 ปีที่แล้ว หรือสมัยบรรพบุรุษ ซึ่งตอนนั้นการกำกับดูแลในสนามบิน หรือ การติดตาม อาจไม่เข้มงวด หรืออาจจะเป็นไปได้ด้วยว่าคนไทยยังไม่ค่อยเห็นความสำคัญของโบราณวัตถุ แต่เมื่อการติดตามแพร่หลายมากขึ้น คนรุ่นลูกก็คิดว่าไม่อยากเก็บครอบครองไว้จึงติดต่อคืน รวมถึงในครั้งนี้ที่ผู้คืนเป็นประชาชนทั่วไปจำนวน 46 รายการ ซึ่งมาถึงเมืองไทยเมื่อเดือนธันวาคม 2561” 

โดย 19 รายการมาจากชาวอเมริกัน และอีก 27 รายการมาจากชาวไทยในสหรัฐอเมริกา ส่วนใหญ่เป็นโบราณวัตถุวัฒนธรรมบ้านเชียง เช่น ภาชนะดินเผา ทั้งภาชนะลายเชือกทาบประดับด้วยเส้นนูน สมัยต้น อายุประมาณ 3,000-4,000 ปีมาแล้ว และภาชนะลายเขียนสีแดง สมัยปลาย อายุประมาณ 1,800-2,300 ปีมาแล้ว

เครื่องใช้ดินเผาประเภทช้อน ลูกกลิ้งสำหรับทำให้เกิดลาย และเบ้าหลอมโลหะ รวมทั้งเครื่องประดับสำริดประเภทกำไล สมัยปลาย อายุประมาณ 1,800 – 2,300 ปีมาแล้ว ส่วนโบราณวัตถุที่เหลือเป็นภาชนะดินเผาทั้งแบบมีลายและไม่มีลาย ซึ่งพบได้ทั่วไปตามภาคต่างๆ ของประเทศไทย และที่น่าสนใจคือ คือ หินดุทำด้วยดินเผา ซึ่งเป็นอุปกรณ์ในการขึ้นรูปภาชนะดินเผา

จากนี้กรมศิลปากรจะจัดทำทะเบียนบัญชีเป็นทรัพย์สินของแผ่นดินทั้งหมด และถ้าโบราณวัตถุชิ้นไหนเสียหายหรือเสื่อมสภาพ จะได้รับการซ่อมสงวนรักษาตามหลักการอนุรักษ์ ก่อนนำไปเก็บรักษาไว้ที่คลังกลางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี

เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ บอกว่า ส่วนใหญ่ของพวกนี้จะเป็นของใช้ในชีวิตประจำวันและของอุทิศ หมายถึง จะนำใส่ไว้ในหลุมฝังศพให้กับผู้ที่เสียชีวิต โดยจะนำมาตรวจสอบ ระยะต้น ตรวจสอบโดยเปรียบเทียบรูปทรง ถ้าคล้ายกับที่มีอยู่ในพิพิธภัณฑ์แล้ว ก็สันนิษฐานเบื้องต้นได้ว่ามาจากแหล่งใด แต่หากเจอรายการที่ไม่เคยมีปรากฏมาก่อนหรือแหล่งกำเนิดถูกทำลายไปแล้ว ก็อาจจะยากที่จะระบุได้ว่าเป็นของสมัยใด เช่น ใช้ดินเทศแบบบ้านเชียงแต่รูปทรงไม่ใช่ จากนั้นจะเป็น ระยะเจาะลึก จะต้องดูไปถึงเนื้อดิน วิเคราะห์สี ลวดลาย เป็นต้น

ถือเป็นการได้คืนสมบัติของแผ่นดินอันล้ำค่าอีกครั้ง และยังต้องติดตามอีกกว่า 260 รายการให้กลับสู่แผ่นดินต้นกำเนิดให้ได้ในเร็ววัน

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ