ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ข้อความบทผญา ผ่านการเล่าจากนายช่างเมรุนกหัสดีลิงค์พระเทพวิทยาคม ที่อธิบายถึงอาการขยับเขยื้อนของนก ที่ แสดงอาการทุรนทุราย ช่วงถูกนางสีดา ผีมเหสักข์ประจำเมืองสังหาร ก่อนจะถูกเผาไปพร้อมกับร่างพระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ ตามขนบประเพณีอีสาน เพื่อส่งดวงวิญญาณพระมหาเถระสู่สรวงสวรรค์
โดยรูปแบบเมรุตามขนบประเพณีอีสาน คือการเอารูปนกหัสดีลิงค์เทินบุษบกหอแก้ว ส่วนฐานบุษบกออกแบบลักษณะฐานเอวขัน ซึ่งเป็นแบบเฉพาะของคนอีสานที่เป็นสถาปัตยกรรมของโบสถ์ ถัดขึ้นไปเป็นตัวบุษบกจะเน้นลักษณะทรงเหลี่ยมถอดแบบจากปราสาทหินพิมาย จังหวัดนครราชสีมา บ้านเกิดหลวงพ่อคูณ ส่วนซุ้มด้านบนก่อนถึงตัวยอด ถูกถอดแบบจากพระธาตุพนมชาวอีสาน ส่วนปลายยอด ถอดแบบจากเกสรดอกคูณ เช่นเดียวกับลวดลายบนตัวนก โดยทั้งหมดจะไม่มีลายไทยเป็นลวดลายประกอบ
ทั้งนีการสร้างเมรุนกหัสดีลิงค์ปลงศพ ราชวงศ์ ชนชั้นสูง หรือพระมหาเถระชั้นผู้ใหญ่ พบข้อมูลว่า เป็นไปตามคตินิยมทางถาคอีสานที่สืบต่อมาช้านานกว่า 100 ปี ตามความเชื่อแล้ว นกชนิดนี้จะส่งผีขวัญจากเมืองคนไปเมืองฟ้า เพราะมีกำลังเท่ากับช้าง 5 เชือก ที่มากพอจะส่งวิญญาณผู้ตายไปสู่สวรรค์ได้
ปรเมศวร์ ดวงสุดา ถ่ายภาพ
ธิดาพร ภูแดนแผน รายงาน