การพระราชทานเพลิงศพ พระเทพวิทยาคม หรือ “หลวงพ่อคูณ” ซึ่งจะจัดขึ้นที่ พุทธมณฑลอีสาน ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น ในวันที่ 29 ม.ค. ที่จะถึงนี้ โดยสิ่งหนึ่งที่คนสนใจคือ เมรุลอย ฌาปนสถาน และอนุสรณ์สถานที่จะสร้างครอบฌาปนสถานเมื่อเสร็จสิ้น ซึ่งการออกแบบและก่อสร้างนี้บรรดาลูกศิษย์และมหาวิทยาลัยขอนแก่น ตั้งใจที่จะทำให้เป็นที่ระลึกถึงคุณงามความดีที่หลวงพ่อคูณได้ทำเอาไว้
ทั้งนี้เมรุลอยหลวงพ่อคูณ เป็นรูปนกหัสดีลิงค์เทินบุษบกสีขาวทั้งหลัง สูง 22.6 เมตร ฐานกว้าง 16 เมตร
รศ.ดร. นิยม วงศ์พงษ์คำ คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ ประธานกรรมการฝ่ายออกแบบเมรุลอยหลวงพ่อคูณ ระบุว่า ได้ออกแบบเป็นรูปนกหัสดีลิงค์เทินบุษบกสีขาวบริสุทธิ์ทั้งหลังซึ่งจินตนาการถึงสวรรค์ บนฐานแปดเหลี่ยม สูง 22.6 เมตร และฐานเมรุกว้าง 16 เมตร ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุด พร้อมประดับประดาด้วยสรรพสัตว์ต่างๆ จากเขาพระสุเมรุ เพื่อจำลองเขาพระสุเมรุตามคติในพระพุทธศาสนา โดยออกแบบใหม่ทั้งหมดให้มีรูปทรงและลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ โดยแสดงถึงอัตลักษณ์ความโดดเด่นของชาวอีสาน
นอกจากขนาดที่ใหญ่และความงดงามที่สุดของเมรุลอย นกหัสดีลิงค์ที่ประกอบเมรุลอยนี้ ยังจะถูกสร้างให้มีกลไกในการเคลื่อนไหวส่วนต่างๆ ได้ อาทิ หันศีรษะ ม้วนงวง กระพริบตา กระดิกหู และมีเสียงร้อง เพื่อประกอบพิธีการในวันพิธีพระราชทานเพลิงสรีระสังขารหลวงพ่อคูณ
ขณะที่เมื่อเสร็จสิ้นการพระราชทานเพลิงศพแล้ว ก็จะมีการสร้างอนุสรณ์สถานครอบฌาปนสถานอีกชั้นเพื่อให้ศิษยานุศิษย์รำลึกถึงหลวงพ่อคูณ โดยจะอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก สูง 32 เมตร หรือเทียบเท่าตึก 10 ชั้น บนฐาน 8 เหลี่ยม ด้านเท่าด้านละ 9 เมตร มีซุ้มจัตุรมุข 4 ด้าน ศาลาราย จำนวน 3 หลัง โดยรอบมีพื้นที่ใช้สอบรวม 1,000 ตร.ม. ตั้งอยู่บริเวณหลังองค์พระพุทธมณฑลอีสาน ห่างไปประมาณ 500 เมตร เพื่อให้เป็นสัญลักษณ์ว่าเป็นการปิดทองหลังพระ
สถานที่แห่งนี้จะเป็นอนุสรณ์สถานสามารถรองรับบุคคลสำคัญหรือจัดกิจกรรมอาจารย์ใหญ่ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น