เฟซบุ๊ก สื่อสังคมออนไลน์ยอดนิยมของโลก รายงานว่า ยอดผู้ใช้งานเฟซบุ๊กอย่างน้อยเดือนละครั้ง เมื่อปี 2018 ที่ผ่านมา มีจำนวนอยู่ที่ 2,320 ล้านคน เพิ่มขึ้น 9 เปอร์เซนต์ เมื่อเทียบกับปี 2017
โดยประเทศที่มียอดผู้ใช้งานเฟซบุ๊กเติบโตอย่างแข็งแกร่งได้แก่ อินเดีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ขณะที่แคนาดาและสหรัฐฯ มีจำนวนผู้ใช้งานอยู่ในระดับทรงตัว
สำหรับรายได้ตลอดทั้งปี 2018 อยู่ที่ประมาณ 55,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 1.8 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 37 เปอร์เซ็นต์จากปี 2017 ที่มีรายได้ประมาณ 1.25 ล้านล้านบาท
ส่วนกำไรในปีนี้ อยู่ที่ 700,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39 เปอร์เซ็นต์จากปี 2017 ซึ่งมีกำไรอยู่ที่เกือบ 500,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ ตัวเลขรายได้และกำไรที่เฟซบุ๊กประกาศออกมา ถือกว่าดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ มีความกังวลว่าปัญหาการรั่วไหลของข้อมูลส่วนตัวผู้ใช้งานและการถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง อาจส่งผลกระทบต่อรายได้จากค่าโฆษณาของบริษัท
ผลประกอบการที่สูงกว่าคาดการณ์ ยังทำให้ราคาหุ้นเฟซบุ๊กในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่อยู่ในช่วงขาลงตั้งแต่เดือน ก.ค ปีที่แล้ว ปิดตัวเพิ่มขึ้นกว่า 4 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ในช่วงต้นของการเปิดตลาด ราคาหุ้นก็พุ่งถึง 9 เปอร์เซ็นต์
ขณะที่ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารเฟซบุ๊ก ระบุว่า บริษัทได้เปลี่ยนหลักการทำงานมาเน้นให้ความสำคัญกับปัญหาใหญ่ทางสังคมมากขึ้น