ผู้สมัครเพื่อไทย แจ้งความ ทีมผู้สมัครพปชร. นิ้วจิ้มหน้า-ข่มขู่ ด้าน ผู้สมัครพปชร.แจง ทีมงาน ไม่ได้ทำร้าย ยัน ถูกคุกคามก่อน
ผู้สื่อข่าวรายว่า เมื่อวานนี้(11 ก.พ.) เวลา 20.30 น. นายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส ผู้สมัครส.ส.เขตบางกะปิและเขตวังทองหลาง (เฉพาะแขวงพลับพลา) พรรคเพื่อไทย ได้เดินทางเข้าพบร.ต.ท.อรรถวิทย์ เพชรดี รองสว.สส.สน.หัวหมาก หลังถูกทีมงานผู้ลงสมัครส.ส.พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) คุกคามข่มขู่ ภายในวัดพระไกรสีห์ (น้อย) แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม.
โดยนายตรีรัตน์ เปิดเผยว่า ขณะเสร็จจากร่วมงานสวดพระอภิธรรมศพคนในพื้นที่ และกำลังเดินทางกลับ เพื่อไปหาลงพื้นที่ต่อ ทางน.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ ผู้สมัครส.ส.พรรคพปชร. ได้เข้ามาพูดจาต่อว่า พร้อมกันนี้นายชัยวุฒิ จริยวิโรจน์สกุล อดีตสก.เขตบางกะปิ ปี 2546 พ่อของน.ส.ฐิติภัสร์ ได้เข้ามาพูดจาลักษณะเดียวกัน พร้อมทั้งนำโทรศัพท์มือถือมาจิ้มที่ท้องของทีมงาน ก่อนจะใช้นิ้วจิ้มไปที่ใบหน้าของทีมงานและต่อว่าด้วยถ้อยคำรุนแรงว่า “ปากดีหรอ นักเลงนักเหรอ”
และก่อนที่จะเดินทางออกมาจากวัด ทางทีมรปภ.ของพรรคพปชร. ได้เข้ามาขอดูโทรศัพท์ของทีมงานพรรคเพื่อไทยที่ถ่ายภาพ เพราะคิดว่าทางทีมงานผู้สมัครพรรคเพื่อไทย ไปถ่ายภาพของผู้สมัครส.ส.พรรคพปชร. ซึ่งตรวจสอบแล้วเป็นเพียงภาพบรรยากาศในงานศพเท่านั้น จึงได้เดินมาแจ้งความ และลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ซึ่งมาทราบภายหลังว่าทางคู่กรณีได้มาลงประจำวันไว้ก่อนหน้านี้แล้ว” นายตรีรัตน์ กล่าว
ด้านน.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ ผู้สมัครส.ส. พรรคพปชร. ชี้แจงว่า ไม่เป็นความจริง แต่ผู้ติดตามของผู้สมัครส.ส.พรรคเพื่อไทยต่างหาก ที่พยายามคุกคามตน เนื่องจากในขณะเกิดเหตุตนเดินทางไปร่วมงานฌาปนกิจศพที่วัดพระไกรสีห์น้อย โดยเดินทางไปกับคุณพ่อ และทีมงานคนขับรถ 1 คน รวมแล้ว 3 คน ขณะที่อยู่ในพิธี ทีมติดตามของผู้สมัครพรรคเพื่อไทยคอยแอบอยู่บริเวณตรงห้องน้ำและแอบถ่ายภาพทีมงานที่เป็นคนขับรถตลอดเวลา จึงทำให้ทั้ง 2 คน มีปากเสียงกันเล็กน้อย
ต่อมาขณะเดินทางกลับ ตนได้บอกกับผู้สมัครของทาง พรรคเพื่อไทยว่า การลงพื้นที่หาเสียงควรจะต่างคนต่างทำหน้าที่ อย่าคุกคามคนอื่น ควรทำการเมืองสร้างสรรค์ อย่าทำการเมืองแบบเก่าๆแต่ผู้สมัครของพรรคเพื่อไทยกลับอ้างว่า ผู้ใหญ่ในพรรคส่งมาดู คอยตามถ่ายภาพ เวลาตนลงพื้นที่
ทั้งนี้เมื่อคุณพ่อได้ยินและทราบเรื่องจึงเดินเข้าไปถามและต่อว่า จะส่งชายฉกรรจ์ คอยตามถ่ายภาพตนทำไมเพราะคุณพ่อรู้สึกเป็นห่วงและเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย เพราะส่วนใหญ่ตนมักจะไปไหนมาไหนคนเดียวและที่สำคัญเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆคนหนึ่งเท่านั้น การทำแบบนี้เหมือนกำลังคุกคาม และไม่ทราบว่าคิดจะทำเรื่องไม่ดีอะไรหรือไม่
อย่างไรก็ตามขณะที่มีปากเสียงกันตนได้โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งทางตำรวจแนะนำให้ตนไปลงบันทึกประจำวัน ตนจึงเดินทางไปที่ สน.หัวหมาก เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว