เมื่อวันที่ (21 ก.พ. 62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางนุสรา บัญญัติปิยพจน์ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย เปิดเผยว่า ในปีนี้คาดว่าธุรกิจประกันชีวิตยังคงมีอัตราการเติบโตต่อเนื่องเพิ่มขึ้นประมาณ 3-5% มีเบี้ยรับรวมประมาณ 6.48-6.50 แสนล้านบาท โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากเศรษฐกิจในประเทศที่จะขยายตัว 4% ภายใต้ การส่งเสริมด้านการลงทุนของภาครัฐกับโครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ การลงทุนของภาคเอกชน ตลอดจนการขยายตัวของการท่องเที่ยว และการปรับตัวดีขึ้นของสินค้าเกษตร รายได้ครัวเรือนในภาคเกษตรกรรมปรับตัวดีขึ้น ส่งผลให้การบริโภคของภาคเอกชนมีการขยายตัว
สำหรับทิศทางธุรกิจประกันชีวิตในปีนี้ ผลิตภัณฑ์ประเภทซิงเกิล พรีเมียม และผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตควบการลงทุนยูนิตลิงค์ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นว่าประชาชนมีความรู้ความเข้าใจในธุรกิจประกันชีวิตเพิ่มมากขึ้น ธุรกิจประกันชีวิตยังคงเผชิญกับความท้าทาย ทั้งในเรื่องของเศรษฐกิจที่อาจได้รับผลกระทบจากการส่งออกที่ลดลงอันสืบเนื่องจากสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกา ค่าเงินบาทที่ยังคงแข็งค่า
รวมทั้งภาวะความกดดันจากหลักเกณฑ์และกติกาสากล และร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล การยกระดับพฤติกรรมทางการตลาดของธุรกิจประกันชีวิต หรือมาร์เก็ต คอนดัก ที่ส่งผลให้ยอดขายผ่านช่องทางธนาคารลดลง การปรับตารางมรณะใหม่ การเผชิญกับอัตราความเสียหาย จากคนกลางและการฉ้อฉลประกันภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในธุรกิจประกันสุขภาพ
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของธุรกิจประกันชีวิตปี 2561 ยังเติบโตได้ดีเมื่อเทียบกับธุรกิจอื่นและเติบโตได้ตามเป้าหมายมีเบี้ยรับรวม 6.27 แสนล้านบาท เติบโต 4.3% เมื่อเทียบกับปี 2560