ไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป กล่าวว่า เรื่องความยากจนเป็นปัญหาความทุกข์ร้อนที่สำคัญ ซึ่งก็เป็น 1 ในเรื่องที่เราถือว่าเป็นวาระแห่งชาติที่ควรจะให้พรรคการเมืองทุกพรรค นักการเมืองทุกท่านเข้ามาร่วมกันพิจารณาอยู่แล้ว แต่ว่ากรณีเร่งด่วนก็คือผู้ยากไร้นั้นเป็นผู้ด้อยโอกาส ความทุกข์ร้อนนั้นถ้าถึงระดับเส้นที่กำหนดไว้ คือ 89 บาทต่อวัน หรือ 2,800 กว่าบาทต่อเดือน อาจจะทำให้ประชาชนขาดต่อปัจจัย 4 อาจจะมีปัญหาทั้งเรื่องอาหาร ทั้งเรื่องที่อยู่ต่างๆ การที่จะต้องจัดสวัสดิการแห่งรัฐในเรื่องขั้นพื้นฐานก็เป็นสิ่งที่จำเป็น แต่ในขณะดียวกันการจัดให้มีอาชีพใหม่ที่ยั่งยืน เช่น กรณีของพรรคประชนปฏิรูปได้เสนอเรื่องการปลูกต้นไม้โตเร็ว เพื่อให้เกษตรกรรายย่อยซึ่งอาจจะมาปรับกับผู้ที่ยากจนได้ใช้ที่ดินของรัฐบางส่วน เพื่อที่จะมาปลูกต้นไม้โตเร็วให้มีรายได้เป็นรายเดือนแบบยั่งยืนก็จะช่วยเหลือบรรเทาได้อีกจำนวนหนึ่ง
แต่อีกจำนวนหนึ่งจะเป็นการจัดให้มีกระบวนการ หรือแม้กระทั่งมีกฎหมายเพื่อแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำ ที่มักจะพูดถึงเสมอในระหว่างคนที่มีเงินร่ำรวยมากมหาศาลกับคนที่ยากจนต่ำกว่าระดับมาตรฐาน น่าจะทำให้มีกลไกที่ทำให้ผู้ที่ร่ำรวยนั้นจะต้องมีส่วนในการเข้ามาดูแลผู้ที่ยากจนจำนวนหนึ่งเท่าที่จะเหมาะสม เช่น บางรายก็อาจจะต้องดูแลพันคน ในฐานะที่เป็นผู้ที่มีความสามารถสร้างความร่ำรวยได้ เพราะฉะนั้นถ้าจะไปช่วยคนจนที่จนมากๆอยู่แล้วเพียงแค่ให้พอกิน ส่วนตัวเชื่อว่าบุคคลเหล่านั้นน่าจะทำได้ และถ้าจำเป็นต้องมีการออกกฎหมายและความยุติธรรมในสังคมก็จะเกิดขึ้นด้วย
ด้านธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เห็นว่า ปัญหาที่สำคัญ 1 ปัญหาในสังคมไทย คือไม่มีงานที่มีคุณภาพในต่างจังหวัด คนจึงไปอยู่ในภาคบริการที่ไม่มีความมั่นคง อยู่ในภาคการเกษตรที่มีรายได้ต่อหัวต่ำ พรรคอนาคตใหม่เสนอให้มีการสร้างงานที่มีคุณภาพด้วยการใช้เทคโนโลยีที่นำสมัยมาตอบโจทย์ปัญหาของประเทศด้วย ผมขอยกตัวอย่างแค่ 2 – 3 ตัววันนี้ ตัวแรกในภาคการเกษตร ยกตัวอย่างยางพารา สิ่งที่พวกเราผลิตและขายออกไปเป็นน้ำยางดิบซึ่งราคากิโลกรัมละ 13-14 บาท ถ้าเราแปรรูปจากน้ำยางดิบ เป็นน้ำยางข้นได้ มูลค่าเกษตรจาก 13 บาทต่อกิโลกรัม กลายเป็น 33-34 บาทต่อกิโลกรัมได้ สร้างเครื่องจักรที่จะแปรรูปน้ำยางดิบเป็นน้ำยางข้นในประเทศไทยได้ ไม่ต้องไปซื้อเทคโนโลยีตัวนี้จากญี่ปุ่นหรือจากประเทศจีน สิ่งต่างๆเหล่านี้ถ้าทำได้จะเกิดการสร้างงานประชาชนเมื่อเราสร้างเครื่องจักรได้ เอาเครื่องจักรตัวนี้ไปสร้างโรงงานระดับชุมชน เกษตรกรร่วมเป็นเจ้าของโรงงานระดับชุมชนได้ ได้มูลค่าเพิ่มสินค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างถาวร
อีกตัวอย่างหนึ่งผมอยากจะเห็นอุตสาหกรรมไฟฟ้าเกิดขึ้นในประเทศไทย ประเทศไทยวันนี้นำเข้าน้ำมันพลังงานเดือนละ 100,000 ล้านบาท ถ้าสร้างรถเมล์ไฟฟ้าได้ เฉพาะกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ถ้าเปลี่ยนรถเมล์ไฟฟ้าคันละ 10 ล้านบาท 10,000 คัน กับอีก 10 ล้านบาท กำลังพูดถึงอุตสาหกรรมที่มีมูลค่า 100,000 ล้านบาท เงินจำนวนนี้ไม่ต้องเอาไปจ้างงานที่เมืองจีน ไม่ต้องไปซื้อรถเมล์ไฟฟ้าที่เมืองจีน แต่สร้างรถเมล์ไฟฟ้าที่เมืองไทยได้ ทำอย่างนี้เกิดการจ้างงานที่มีคุณภาพ ลดปัญหาสิ่งแวดล้อม สอดคล้องต่อการพัฒนาประเทศที่ต้องการใช้ขนส่งสาธารณะเป็นตัวนำ สร้างเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า