ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง แจงตั้งกรรมการสอบอดีตผู้สมัคร ส.ส. พรรคไทยรักษาชาติ รณรงค์ให้คนมาเลือกพรรคการเมืองอื่นและโหวตโน อาจจะเข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้ง
นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการการเลือกตั้ง เปิดเผยถึงกรณีที่ อดีตผู้สมัคร ส.ส. พรรคไทยรักษาชาติ รณรงค์ให้คนมาเลือกพรรคอนาคตใหม่ อาจจะเข้าข่ายผิดกฎหมาย ชักจูง จูงใจ ให้คนกระทำอย่างใดอย่างหนึ่ง โดยที่ตัวเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เช่นเดียวกับการรณรงค์โหวตโน ของพรรคไทยรักษาชาติ ก็จะถูกตรวจสอบด้วยเช่นเดียวกันเพราะเป็นสิ่งที่ไม่สามารถทำได้ หากไปชักจูง หรือจูงใจคนให้มาโหวตโน จึงสั่งการให้ ตั้งกรรมการสืบสวนสอบสวนเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยผู้ที่รณรงค์อาจมีความผิดที่ชัดเจน ต่างจากผู้สมัครหรือพรรคการเมืองที่ถูกเทคะแนนให้ที่อาจไม่เข้าข่ายความผิด
ส่วนประเด็นการรณรงค์โหวตโน ของพรรคไทยรักษาชาติที่ จังหวัดแพร่ ก็จะถูกตรวจสอบด้วยเช่นเดียวกันเพราะเป็นสิ่งที่ไม่สามารถทำได้ หากไปชักจูง หรือจูงใจคนให้มาโหวตโน เช่นเดียวกับการประกาศเคลื่อนไหวโดยจัดเวทีปราศรัย สถานะของทุกคนไม่ใช่นักการเมือง กฎหมายกกต.อาจบังคับใช้ไม่ได้ แต่ยังมีเจ้าหน้าที่รัฐและกฎหมายอื่นที่จะดูแลไม่ให้เกิดความวุ่นวาย
สำหรับการตรวจสอบกรณีพรรคพลังประชารัฐระดมทุนโต๊ะจีน ทราบเบื้องต้นว่า ไม่มีการรับบริจาคจากต่างประเทศ จึงไม่เข้าข่ายเป็นการผิดกฎหมาย กกต. ขณะนี้อยู่ในระหว่างการส่งเรื่องจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ให้กับคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อตรวจสอบในบางประเด็น ซึ่งคาดว่าภายใน 1-2 วันนี้จะได้รับเรื่องนี้อย่างเป็นทางการ
ส่วนการตรวจสอบเรื่องเงินบริจาค มีเพียงบุคคลที่บริจาคเงินให้กับพรรคพลังประชารัฐ แต่ไม่พบว่าเป็นชาวต่างชาติบริจาค ส่วนจะเป็นข้าราชการหรือไม่ ก็อยู่ระหว่างการตรวจสอบของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ส่วนกรณีที่มีผู้ร้องตรวจสอบคุณสมบัติ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่าเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐหรือไม่นั้น ขณะนี้อยู่ในระหว่างการตรวจสอบของสำนักงานเช่นกัน และคาดว่าภายใน 1-2 วันนี้ จะส่งเรื่องมาถึงคณะกรรมการให้พิจารณาประธาน กกต. ย้ำว่า ทุกเรื่องที่ได้รับการร้องเรียนมา คณะกรรมการได้ดำเนินการตรวจสอบอย่างเร่งด่วน ไม่อยากให้ล่าช้าไปถึงวันเลือกตั้ง แต่ก็ยอมรับว่าจำนวนเรื่องร้องเรียนนั้นมีเป็นจำนวนมาก
อีกประเด็นที่ กกต. ถูกโจมตี คือการใช้เวลาไปดูงานต่างประเทศ แต่ไม่ดูแลการเลือกตั้งในประเทศ นายอิทธิพร ชี้แจงว่า การไปต่างประเทศของ กกต. คือการไปทำงาน เพราะไปดูเรื่องการอำนวยความสะดวกให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร และเป็นการไปรับรู้ปัญหา ซึ่งกกต.เลือกไปเฉพาะประเทศที่มีผู้ใช้สิทธิ์จำนวนมาก ซึ่งจะเกิดประโยชน์สูงสุด และหากจะมีการร้องเรียนให้ตรวจสอบงบประมาณในการเดินทางก็ถือเป็นสิทธิที่สามารถทำได้