บริษัท โบอิ้ง ผู้ผลิตอากาศยานยักษ์ใหญ่ของโลก ได้แจ้งระงับการใช้งานเครื่องบินโดยสารทั้งสิ้น 371 ลำ ที่อยู่ในตระกูล 737 แม็กซ์ หลังสำนักงานการบินพลเรือนแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา หรือ เอฟเอเอ (FAA) ออกมาประกาศระงับการใช้เครื่องบินรุ่นดังกล่าวเป็นการชั่วคราว เนื่องจากมีการพบเบาะแสใหม่ที่เกี่ยวข้องกับการตกของเครื่องบินโดยสารเอธิโอเปียนแอร์ไลน์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยหลักฐานจากจุดเกิดเหตุ รวมถึงข้อมูลจากดาวเทียม บ่งชี้ว่า นักบินไม่สามารถควบคุมเครื่องบินได้ ซึ่งใกล้เคียงกรณีที่เกิดขึ้นกับเครื่องบินของสายการบินไลออนแอร์ ที่ตกทะเลชวา เมื่อปลายปีที่แล้ว
แดเนียล เอลเวลล์ รักษาการผู้อำนวยการ เอฟเอเอ ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าคำสั่งระงับใช้งานจะกินเวลายาวนานเพียงใด แต่คาดว่าอาจต้องใช้เวลาอีกหลายเดือน กว่าจะแก้ไขปรับปรุงซอฟต์แวร์ของเครื่องบินรุ่นนี้ได้
ด้าน ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐอเมริกา ออกมาแถลงเมื่อวานนี้ว่า เขาได้สั่งการให้ เอฟเอเอ ออกคำสั่งฉุกเฉินทันทีที่ได้รับเบาะแสเรื่องนี้
โดยการตัดสินใจของ เอฟเอเอ และโบอิ้ง เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสกดดันจากหลายภาคส่วนในประเทศ และดูเหมือนจะสร้างความไม่พอใจให้กับสภาคองเกรส ที่ตั้งคำถามว่าเหตุใดสหรัฐอเมริกาจึงต้องใช้เวลานานหลายวัน กว่าจะตัดสินใจระงับใช้งานเครื่องบินรุ่นนี้ ทั้งที่ทุกประเทศที่มีเครื่องบินรุ่นนี้ประจำการอยู่ ได้สั่งระงับใช้งานแทบจะในทันที หลังเกิดเหตุเครื่องบินตก
นอกจากนี้ส่วนความคืบหน้าการไขปริศนาการตกของ เอธิโอเปียนแอร์ไลน์ เมื่อวานนี้ ซีอีโอของสายการบิน ออกมาเปิดเผยว่า เอธิโอเปียไม่มีอุปกรณ์วิเคราะห์ข้อมูลกล่องดำที่เก็บกู้ได้ และกำลังพิจารณาจะส่งกล่องดำไปให้ประเทศในยุโรปช่วยวิเคราะห์ข้อมูลให้ ซึ่งล่าสุด ได้รับการยืนยันแล้วว่า สำนักงานความปลอดภัยด้านการบินของฝรั่งเศส (BEA) จะเข้ามารับผิดชอบงานในส่วนนี้ แต่ยังไม่ทราบว่าขั้นตอนการวิเคราะห์ข้อมูลจะกินเวลานานเท่าใด