วันนี้ 15 มี.ค. 2562 นาย อภิสิทธิ์ เวชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การแสดงจุดยืนไม่สนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีต่อ เพราะการให้แสดงเห็นว่าประเทศไทยมีทางเลือกมากกว่าที่ทั้ง 2 ฝ่ายจะบีบบังคับ โดยทางเลือกอีกทางคือ พรรคประชาธิปัตย์ ทางเลือกนี้จะทำให้ประเทศเดินไปข้างหน้าได้ เพราะนโยบายทั้งหมดได้ทำอย่างมีประสิทธิภาพ ต่อเนื่อง และยั้งยืน การเมืองจะต้องไม่มีปมความขัดแย้งใหม่เกิดขึ้น
ปมความขัดแย้งใหม่ ส่วนตัวมองว่าเกิดจากปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน เพราะทุกครั้งที่เรามีรัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง เมื่อถึงขั้นวิกฤตก็จะใช้อำนาจโดยมิชอบ การทุจริตคอร์รัปชัน เป็นที่มาของการต่อต้าน สุดท้ายในรอบ 20 ปีบานปลายจนนำไปสู่การสูญเสียประชาธิปไตย อีกด้านหนึ่งมีความพยายามจะเข้าไปสู่อำนาจในการที่จะสร้างความได้เปรียบ ในการที่จะไม่มาเข้าสู่กฏแบบเท่าเทียมกันสุดท้ายก็ถูกต่อต้าน
ดังนั้น ถ้าเราต้องการเดินออกจากวังวนนี้ ก็ควรเลือกประชาธิปไตยที่สุจริต ซึ่งหมายความว่าการแข่งขันด้วยความเสอภาคเคารพการตัดสินใจของประชาชน ซึ่งตนเองก็เรียกร้องมาตั้งแต่ต้น และ ตนเองอยากให้ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) เคารพเสียงของประชาชน โดยดูจากการรวบรวมเสียงข้างมากจากสภาผู้แทนราษฎร ถ้าประชาธิปไตยไม่สุจริต หมายความว่าเราจะย้อนกลับไปสู่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ที่มีพฤติกรรมทุจริต แทรกแซงองค์กรอิสระ ปิดกั้นสื่อสารมวลชน บ้านเมืองก็วิกฤตอีก
“รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ เป็นทางเลือกของประชาชน ทางเลือกนี้จะเลี่ยงไม่ให้นำไปสู่ความขัดแย้งในอนาคต คือ ปัญหาการสืบทอดอำนาจ และ การคอร์รัปชัน ทางเลือกนี้มีการเตรียมนโยบายที่มีความรับผิดชอบสูง ถามว่าจะฟื้นระบบเศรษฐกิจต้องทำอย่างไร จะต้องฟื้นกำลังซื้อให้กับเกษตรกร คือ การประกันรายได้ ที่สามารถพิสูจน์แล้วว่ายกระดับรายได้โดยไม่สร้างปัญหาตามมา” นายอภิสิทธิ์ ระบุ
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวอีกว่า วันนี้บางพรรคการเมืองมาซ้ำเติมเรื่องแรงงาน ซึ่งประชาธิปัตย์ เคยเสนอเรื่องประกันรายได้มาตั้งแต่ต้น เพราะเห็นบทเรียนค่าแรงขั้นต่ำที่กระโดดขึ้นไป 300 บาท หลังจากนั้นก็ไม่ขึ้นค่าแรงอีกหลายปี และ ผู้ประกอบการที่แบกรับไม่ไหวก็ย้ายฐานการผลิต ปิดกิจการ หรือ ลดสวัสดิการแรงงาน ในที่สุดลูกจ้างไม่ได้ประโยชน์และข้าวของก็แพงขึ้นอย่างรวดเร็ว
วันนี้มาอีกแล้วค่าแรง 400 บาท แล้วมีการเกทับเป็น 425 บาท แต่ของพรรคประชาธิปัตย์ คือ ค่าแรงขั้นต่ำ เดือนละ 10,000 บาท หรือ ปีละ 120,00 บาท สมมุติบางคนเงินเดือน ไม่ถึง 10,000 บาท รัฐบาลก็จะชดเชยในส่วนต่าง เพราะนั้นจะไม่มีผลกระทบต่อต้นทุนของผู้ประกอบการไม่มีการย้ายฐานการผลิต ไม่มีการปิดกิจการ
ส่วนเรื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ พรรคประชาธิปัตย์ พูดชัดเจนว่าไม่ยกเลิก แต่จะทำให้ดีขึ้นโดยให้เดือนละ 800 บาท จะโอนเงินเข้าบัญชีเลย อีกทั้งขณะนี้หลักเกณฑ์การให้บัตรค่อนข้างหละหลวม และจะต้องพิจารณาว่าใครไม่จนจริงไม่เข้าเงื่อนไข ก็จะยึดบัตรคิน
วันนี้เห็นพล.อ.ประยุทธ์ ร่อนสารเตือนพรรคการเมืองต้องระมัดระวังการใช้นโยบาย ตนเองมองว่าพรรคแรกที่ต้องเตือน คือ พรรคพลังประชารัฐ เพราะคำนวณดูแล้วเป็นพรรคที่ใช้เงินมากที่สุด
ส่วนกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย พาดพิงว่าจะไปจับมือกับเครือข่ายทักษิณ นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า ตนเองคิดว่าเขาพูดในช่วงแรกๆเท่านั้น และ ตนเองก็ประกาศชัดเจนว่าเป็นอย่างไร และก็ไม่ได้ฟังในเรื่องนี้
พร้อมยืนยันว่า พรรคเพื่อไทย กับพรรคประชาธิปัตย์ มีอุดมการณ์ที่แตกต่างกัน ไม่สามารถร่วมรัฐบาลกันได้ ส่วนพรรคพลังประชารัฐ กล้าทำได้ไหม ไม่สืบทอดอำนาจ ไม่นำบ้านเมืองไปสู่ความขัดแย้งเพราะทุจริต ถ้าทำได้ก็ค่อยคุยกัน
“ถ้าพรรคประชาธิปัตย์ได้คะแนนเสียงมากจนเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค อดีต 4 รัฐมนตรีก็ไม่ได้เป็นส.ส. พรรคพลังประชารัฐเมื่อเข้าสู่สภา คนที่เราจะต้องไปพูดด้วย คือ ส.ส. ซึ่งจะให้ผมพูดตอนนี้คงตอบไม่ได้ว่าอนาคตพลังประชารัฐจะมีหน้าตาอย่างไร เพราะทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ และ 4 รัฐมนตรี ก็ไม่ได้อยู่ในสมการ” นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า
"จุรินทร์" ย้ำจุดยืนไม่นำประชาชนกลับไปสู่วังวนยึดอำนาจ
"อภิสิทธิ์"ไม่มีความเห็น "สุเทพ"ทวงบุญคุณ ยันเดินหน้าหาเสียงต่อ