Life Story สัปดาห์นี้จะพาไปรู้จักอาชีพยูทูปเบอร์ อาชีพที่มาแรงอยู่ในอันดับต้นๆ ของเด็กไทยที่อยากทำ โดยผลสำรวจ “อาชีพในฝันของเด็กไทย” ครั้งที่ 10 ปี 2562 จากกลุ่มบริษัทอเด็คโก้ แต่การยึดอาชีพที่เป็นอาชีพหลักอาจไม่ได้ง่ายๆ เพียงแค่หยิบโทรศัพท์มือสมาร์ทโฟนขึ้นมาถ่าย ดูได้จากการเห็นได้ว่าหลายคนทำแล้วประสบความสำเร็จ หนึ่งในนั้นคือ สมัชญา อัศวนิเวศน์ หรือ มิ้นชี่ ทั้งที่ความฝันวัยเด็กเธอมีทั้ง เป็นคุณครูเพราะอยากลบกระดาน เป็นมนุษย์อวกาศ แต่ที่มายืนอยู่ตรงจุดนี้เพราะ...
“รักการแต่งหน้าตั้งแต่อายุ 13 ปี”
จนกระทั่งเมื่อ 4ปีก่อน มิ้นชี่อยากแชร์เทคนิคการแต่งหน้า อยากเล่าประสบการณ์การใช้เครื่องสำอาง อยากบอกเล่าความสนุกจากการแต่งหน้าตัวเองให้หลายๆ คนได้รู้ ด้วยการเปิดชาแนล Mintchyyไว้เป็นช่องทางการสื่อสารทั้งที่เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสามารถยึดเป็นอาชีพได้
“เป็นคนที่ชอบแต่งหน้ามากเลยตั้งแต่อายุ13ปี ค่ะ จนวันหนึ่งอยากทำคลิปเลยนั่งดูยูทูป เลยลองทำ แต่จริง ๆ ตอนนั้นมิ้นไม่ได้เป็นคนที่มีความมั่นใจอะไรเท่าไหร่ เลยพึ่งจะมาเริ่มทำมาได้4ปีที่แล้วเอง ซึ่งแรกๆ ก็ใช้กล้องโทรศัพท์ปกติ”
และด้วยนิสัยที่ถ้าอยากทำอะไรแล้วต้องทำจริง ไปให้สุด เลยเริ่มขยับขยายซื้ออุปกรณ์ต่างๆ เช่น กล้อง คอมพิวเตอร์ เพื่อตัดต่อ เพื่อพัฒนาคลิปวิดีโอให้ดีขึ้น ที่สำคัญคือ การพัฒนาคอนเทนต์จากคลิปแต่งหน้า ก็เป็น Vlog พาไปรับประทานอาหารอร่อย ไปท่องเที่ยว ตลอดจนแชร์เทคนิคการออกกำลังกาย
“สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ อยากให้คนได้ประโยชน์จากคลิป แต่ว่ายอดวิวก็เป็นส่วนหนึ่ง ถ้ายอดวิวเยอะ ก็หมายความว่าคนได้ประโยชน์จากคลิปนั้นเยอะขึ้น เพราะฉะนั้นก็ถือว่ามีส่วน แต่ว่าอยากให้คนที่มาดูได้ประโยชน์จากมันมากกว่า อันนั้นคือสิ่งที่สำคัญที่สุดค่ะ”
แต่แน่นอนว่าจุดเริ่มต้นนั้นไม่ใช่ว่า “คลิปแรก” จะได้เลยยอด แสนวิว ล้านวิว
เพราะฉะนั้นแต่ละคอนเทนต์ที่จะผลิตออกมา “ไม่ง่าย” แม้ว่าดูภายนอกเหมือนเป็นงานสบายๆ ใครๆก็ทำได้
“ ตอนเริ่มทำอาจจะไม่มีใครสนใจดูเลยด้วยซ้ำ เราอาจจะต้องทำไปก่อนปีครึ่ง กว่าจะมีคนดูหรือสุดท้ายอาจจะไม่มีด้วยซ้ำ เราไม่มีทางรู้ได้เลยเราต้องหาจุดให้เจอค่ะ เพราะฉะนั้นมิ้นเลยรู้สึกว่าจริงๆ แล้วมันไม่ง่ายเลย แต่ว่าถ้ามาลองทำแล้วมีอะไรที่อยากจะนำเสนอหรือที่มันสร้างสรรค์มีประโยชน์ต่อคนดู มิ้นว่าทำเลยนะคะเต็มที่”
จากใจที่รักการแต่งหน้า สู่การพัฒนาคอนเทนต์จนได้การตอบรับที่ดีจากผู้ติดตาม “มิ้นชี่” ตัดสินใจยึดเป็นอาชีพหลักและตัดสินใจลาออกจากมหาวิทยาลัยซึ่งไม่ใช่การตัดสินใจที่ง่ายนักแต่เพราะเธอมีเป้าหมายที่ชัดเจนเพราะเธอสามารถออกมาหาประสบการณ์ข้างนอกได้มากกว่าสามารถนำไปเสริมในคอนเทนต์ได้มากกว่าจึงตัดสินใจเดินออกมาแล้วโฟกัสจุดนี้ให้ชัดเจน แต่ความอิสระต้องแลกมาด้วยความมีวินัยมากๆ เพราะว่าไม่มีใครผลักดันมากำหนดว่าต้องทำคอนเทนต์เสร็จตอนไหน ส่งเมื่อไหร่ ทุกอย่างต้องจัดตาราง จัดระเบียบชีวิตตัวเอง ตลอดเวลา
“ต้องจัดตารางให้ตัวเองหมดเลย เพราะว่าอย่างที่บอกเราสามารถเลือกสถานที่ เลือกเวลาการทำงานได้ ถ้าสมมติตื่นมาเราอยากจะนอนเล่น นอนต่อมันก็ได้ แต่ว่าเราต้องดึงตัวเองขึ้นมาให้ทำงานให้ตัวเองด้วยค่ะ”
แต่ ไม่ใช่ “ชาแนล Mintchyy” เท่านั้นที่จะได้ล้านวิวยังมียูทูปเบอร์อีกจำนวนมากที่ทำได้เช่นกัน...
ซึ่งมิ้นชี่ไม่มองว่าคนเหล่านั้น “เป็นคู่แข่ง” และถ้ามีโอกาสเธอเลือกที่จะแชร์ไอเดียกันมากกว่าและมองว่าคู่แข่งที่สำคัญที่สุดคือ “ตัวเอง”
“ มิ้นไม่ได้รู้สึกว่ามันเป็นการแข่งขัน ถ้าจะแข่งก็แข่งกับตัวเราเองนี่แหละ เราก็พยายามทำให้ตัวเองดีขึ้นทุกวัน ส่วนทำยังไงให้ไม่เอาท์จากคนอื่น มิ้นรู้สึกว่าไปด้วยกันมันดีกว่ามานั่งแข่งกันก็ไปคอลแลปส์ กับเขาบ้าง แชร์ไอเดียแลกเปลี่ยนความรู้กันแล้วก็ต้องทำตัวให้ทันอยู่เสมอ”
และสิ่งหนึ่งที่ “ยูทูปเบอร์” จะต้องเจอคือ “ความคิดเห็นเชิงลบ” “ความคิดเห็นที่แย่” ซึ่งนั่นทำให้มิ้นชี่เสียความเป็นตัวตนไปในช่วงแรกและเลือกที่จะผลิตคอนเทนต์ตัวเองแต่ตอบสนองความชอบของคนอื่นซึ่งคำตอบคือ...
“ทุกอย่างแย่ยิ่งกว่าเดิม” ในท้ายที่สุดจึงต้องเลือกที่กลับมาเป็นตัวเองให้มากที่สุดโดยยึดหลักที่ว่า “ไม่สามารถทำให้ทุกคนมาชอบเราได้แต่ถ้าเราเป็นตัวเองโลกก็จะดึงดูดคนที่เหมือนเราเข้ามาหาเราเอง”
“ ช่วงแรกมิ้นรับมือกับคอมเมนต์ได้ไม่ดีเลยค่ะ เพราะว่าเป็นคนที่เซนซิทีฟมากทั้งที่จริงคนที่เขียนคอมเมนต์เราเขียนเสร็จก็ไปกินข้าว ไปทำอย่างอื่น แต่เราเก็บไปคิดตลอด ช่วงแรกรับมือได้ไม่ดีเลย มันก็ต้องค่อนข้างใช้เวลาในการเรียนรู้ มีช่วงหนึ่งที่มิ้นไปฟังคอมเมนต์พวกนี้เยอะมากจนมิ้นกลายเป็นเหมือนต้องเปลี่ยนตัวเองให้เขาพอใจซึ่งมันไม่ดีเลย เราก็ไม่ดี ชาแนลก็ไม่ดี เพราะมันขาดความเป็นตัวเรา”
ก่อนจากกันวันนั้น มิ้นชี่ ฝากบอกน้องๆ ที่มีความฝันอยากเป็นยูทูปเบอร์ เธอขอให้ยึดหลักเพียงว่า ไม่ว่าใครจะมีความฝัน ชอบที่จะทำก็ลองทำเต็มที่เลเพราะไม่มีอะไรที่ผิดเลยขอให้ทำแล้วเรามีความสุข ทำให้คนอื่นมีความสุข แล้วไม่เดือดร้อนใคร “ลุยให้เต็มที่เลยค่ะ”เพราะมิ้นชี่ มองว่า การที่เด็กๆสมัยนี้มีความฝันว่าอยากเป็นยูทูปเบอร์ อาจจะไม่ใช่เพราะว่าได้เงินเยอะ แต่เขาอาจจะเห็นว่าไอดอลของเขาทำแล้วมันน่าสนุกดี เหมือนตอนที่เราเป็นเด็กที่เราอยากเป็นนักบินอวกาศ ตราบใดที่โตมาแล้วทำมันได้อย่างสร้างสรรค์ไม่เดือดร้อนใครมิ้นว่าก็ลุยเลยเต็มที่เลย เพราะก็ถือเป็นอาชีพที่ดีในการสื่อสารสิ่งที่เรามีในตัวออกไป เพื่อทำให้รอบตัวของเรามันดีขึ้น
มิ้นชี่ทิ้งท้ายว่า “เราได้ตื่นมาในวันนี้แค่ได้ทำอาชีพนี้มันก็วิเศษมาก ๆ แล้วค่ะก็เลยตั้งใจทำต่อไป แล้วก็ทำมันด้วยความเป็นตัวเองจริง ๆ แล้วก็รู้สึกขอบคุณคนที่ตามเรามา ที่เขาชอบเราที่เราจริงๆ”
ติดตาม LIFE STORY ตอนอื่นๆได้ที่ //www.pptvhd36.com/tags/PPTVLIFESTORY