เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภาพอาจารย์ใหญ่ทั้ง 261 ท่าน ถูกจัดไว้บริเวณหน้างานเพื่อระลึกถึงพระคุณที่เสียสละร่างกายในการศึกษา โดยในวันนี้จะเป็นพิธีการมอบใบประกาศเกียรติคุณ และพิธีสวดอภิธรรม พิธีครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อระลึกถึงพระคุณของอาจารย์ใหญ่ที่ได้มอบร่างกายให้นักศึกษาแพทย์ได้ศึกษาเรียนรู้ และนี่คือรอยยิ้มที่อิ่มไปด้วยความสุขปนความคิดถึงของ นางดาลัด เทียนศิริ วัย78 ปี ภรรยา พล.ร.อ คำนึง เทียนศิริ หนึ่งในอาจารย์ใหญ่ผู้อุทิศร่างกาย บอกว่า ตนเองไม่เคยรู้มาก่อนว่าสามีบริจาคร่างกายเป็นอาจารย์ใหญ่ เพิ่งมารู้ก่อนสามีจะเสียชีวิตเพียงไม่นาน รู้สึกมีความสุขและคิดว่าสามีก็มีความสุขกับบุญที่ได้ทำครั้งนี้เช่นกัน ที่ผ่านสามีคอยสอนลูกๆอยู่เสมอว่าให้เป็นผู้ให้ มากกว่าผู้รับ นางลัดดา บอกด้วยว่า หลังได้ฟังความรู้สึกของนักศึกษาแพทย์ที่ได้ใช้ประโยชน์จากร่างกายอาจารย์ใหญ่รู้สึกประทับใจ ที่ร่างของสามีสามารถสร้างประโยชน์ให้สังคมได้ จากนี้ตนเองก็ตั้งใจที่จะบริจาคร่างกายเช่นกัน
ด้านนายรหัท หลงสมบูรณ์ ประธานนิสิตแพทย์ชั้นปีที่ 2 เล่าย้อนความรู้สึกวันแรกที่ได้เรียนรู้จากร่างอาจารย์ใหญ่ว่ายังประทับใจและจำได้ไม่เคยลืม แม้ตอนนั้นจะมีความกลัวอยู่บ้างแต่เมื่อได้ลองผ่า ได้เรียนรู้ ทำให้รู้ว่าการเรียนรู้กับร่างกายมนุษย์จริง ๆ ได้ประโยชน์มากกว่าเรียนในตำราเรียนที่เคยเรียนมา และสามารถนำไปปรับใช้กับการรักษาผู้ป่วยได้จริงในอนาคต
ขณะที่หัวหน้าภาควิชากายวิภาคศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศ.ดร.นพ.สิทธิพรศ แอกทอง ระบุว่า ปัจจุบันคนบริจาคร่างกายมากขึ้นเหตุผลหลักคือการทำความเข้าใจของสื่อต่าง ๆ เพราะในอดีตคนมักจะเชื่อว่าหากบริจาคร่างกายและแล้วจะถูกตัดอวัยวะบางส่วนออกทำให้เกิดอีกชาติจะมีร่างกายที่พิการแต่ความจริงแล้วไม่ใช่ ซึ่งการบริจาคร่างกายถือเป็นการทำบุญใหญ่ของชีวิต
โดยในแต่ละปีคณะแพทยศาสตร์จุฬาฯจำเป็นต้องใช้ร่างอาจารย์ใหญ่มากกว่า 250 - 300 ท่าน เหลือร่างของผู้บริจาคร่างกายเพื่อการศึกษา จะได้รับการทำพิธีทางศาสนา หลังผ่านการเป็นอาจารย์ใหญ่ ด้วยพิธีพระราชทานเพลิงศพอย่างสมเกียรติ ในวันพรุ่งนี้ (13 ธ.ค.63)