คนงานเร่งมือช่วยกันตัดต้นอ้อยในพื้นที่กว่า 100 ไร่ ในอำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว เพื่อให้ทันส่งขายในช่วงเปิดหีบฤดูการผลิตปีนี้ ซึ่งมีเวลาเพียง 3 เดือนเท่านั้น
เจ้าของไร่อ้อยบอกว่าปีนี้ประสบปัญหาขาดแคลนแรงงาน เพราะชาวกัมพูชาที่เคยมารับจ้างตัดอ้อย ไม่สามารถข้ามเข้ามารับจ้างได้ เป็นผลมาจากการระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้ต้องหันมาใช้แรงงานคนไทยแทน
แรงงานคนไทยส่วนใหญ่มาจากภาคอีสาน เมื่อเทียบกับแรงงานจากกัมพูชาแล้ว ถือว่ามีปริมาณน้อยกว่ามาก ทำให้นายจ้างต้องแย่งชิงแรงงานกัน หาก “นายจ้าง” คนไหนอยากได้แรงงานกลุ่มนี้ ก็จะต้องนำเงินไปวางไว้ก่อน ลักษณะเบิกก่อนทำทีหลัง เพราะหากชักช้าก็อาจถูก “นายจ้าง” ในพื้นที่ภาคกลางแย่งชิงตัวไป
ที่สำคัญการหันมาใช้แรงงานคนไทย ทำให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มสูงขึ้น เมื่อเทียบกับแรงงานกัมพูชา ซึ่งมีค่าแรงเฉลี่ยอยู่ที่ 400 บาทต่อคนต่อตัน แต่ค่าแรงงานไทยเฉลี่ยคนละ 430 บาทต่อคนต่อตัน
จังหวัดสระแก้วเป็น 1 ใน 3 จังหวัดภาคตะวันออกที่มีพื้นที่ปลูกอ้อยมากที่สุด หลังมีนโยบายขยายพื้นที่ปลูกอ้อยทดแทนนาข้าวที่ไม่เหมาะสม อีกทั้งมีโรงงานน้ำตาลแห่งใหม่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ภาคการเกษตรมีความต้องการแรงงานมากขึ้น
ทุกปีจังหวัดสระแก้วเป็นพื้นที่เฉพาะในการอนุโลมให้แรงงานชาวกัมพูชา เข้ามาตัดอ้อยช่วงฤดูกาลเปิดหีบ ปีนี้สมาคมชาวไร่อ้อยในพื้นที่ขอโควต้าใช้แรงงานกัมพูชา 1 หมื่น 5 ร้อยคน แต่สถานการณ์ระบาดโควิด 19 ทำให้ทางกัมพูชาชะลอการส่งแรงงานกัมพูชาเข้าไทยทั้งหมด
แม้ปีนี้จะยังมีแรงงานชาวกัมพูชาที่ยังตกค้างประมาณ 6 ถึง 7 พันคน แต่ก็ยังไม่พอกับปริมาณผลผลิตที่รอเก็บเกี่ยว ซึ่งทางจังหวัดสระแก้วพยายามเจรจากับฝ่ายกัมพูชา เพื่อยอมให้แรงงานกัมพูชาข้ามมาทำงานในฝั่งไทย