โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงสะพานใหม่-คูคต เป็นหนึ่งในส่วนต่อขยายที่เปิดให้บริการประชาชนเพิ่มเติมในช่วงปลายปีที่ผ่านมา จำนวน 7 สถานี เริ่มตั้งแต่สถานีพหลโยธิน 59 ไปจนถึงสถานีปลายทางคูคต ซึ่งเป็นสถานีรถไฟฟ้าแห่งแรกของจังหวัดปทุมธานี และแนวเส้นทางก็ลากยาวไปกับรถไฟฟ้าสายสีเขียวที่เป็นกระดูกสันหลังของกรุงเทพมหานคร ผ่านพื้นที่สำคัญ ๆ ใจกลางมหานคร ไปจนถึงจังหวัดสมุทรปราการ รวมทั้งสิ้น 59 สถานี ระยะทางกว่า 68.25 กิโลเมตร เมื่อรวมกับอาคารจอดแล้วจรบริเวณสถานีปลายทางคูคต รองรับรถได้ 1,755 คัน ยิ่งเพิ่มความสะดวกให้แก่ผู้เดินทางได้เป็นอย่างมาก
ถัดมาที่รถไฟฟ้าสายสีทอง ด้วยระยะทางเพียง 1.8 กิโลเมตร ที่สามารถนั่งต่อมาจากรถไฟฟ้าสายสีเขียวตรงเข้าสู่สถานที่สำคัญๆ อย่าง ศูนย์การค้า และโรงพยาบาลได้ทันที อีกหนึ่งเส้นทางที่เปิดให้บริการแล้วตั้งแต่ต้นปี 2563 ซึ่งความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน กับรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินของรถไฟฟ้ามหานค สายเฉลิมรัชมงคล ซึ่งมีเส้นทางเป็นวงแหวนรอบเมือง หรือ Circle Line ได้มีการเปิดให้บริการแบบครบลูป ทำให้เดินทางได้อย่างไร้รอยต่อ ไม่ต้องเปลี่ยนขบวนรถ ระยะทางรวม 48 กิโลเมตร กับ 38 สถานี แถมยังเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีม่วงได้อีกด้วย
แต่ในปีนี้ ก็ยังมีความหวังให้ผู้เดินทางอย่างเรา ได้ลุ้นกันต่อ ที่แน่ ๆ กับการประกาศของเจ้ากระทรวงคมนาคม ถึงการดำเนินการ “รถไฟชานเมืองสายสีแดง” ช่วงบางซื่อ-รังสิต ที่จะทดสอบการเดินรถเสมือนจริง ในเดือนมีนาคม 2564 แล้วเปิดให้บริการประชาชนทดลองใช้ฟรีในเดือนกรกฎาคม จากนั้นจะเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในเดือนพฤศจิกายน แต่จะถูกโรคเลื่อนอีกหรือไม่ยังคงเป็นสิ่งที่เราต้องติดตาม เพราะขนาดสถานีกลางบางซื่อ ที่นายกฯ บอกว่าเทียบชั้นสถานีกลางลอนดอน-ปารีส ยังสร้างล่าช้าไปกว่า 13 ปี
ส่วนอีกเส้นทางที่น่าเอาใจช่วยให้เปิดใช้เร็ว ๆ กับ รถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง ระยะทาง 30.4 กิโลเมตร กับ 23 สถานี คาดว่าจะสามารถเปิดทดสอบการเดินรถได้ในช่วงเดือนเมษายนปีนี้ แล้วเปิดให้ประชาชนทดลองใช้ได้บางส่วนในเดือนกรกฎาคม ซึ่งได้ใช้งานเมื่อใดก็เชื่อได้ว่าในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญอย่างลาดพร้าว ศรีนครินทร์ พัฒนาการ จะช่วยระบายการจราจร ลดเวลาการเดินทาง และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ได้อีกมาก
สุรลักษณ์ ตั้งรุจิวัฒนชัย ถ่ายภาพ
กมลธร โกมารทัต รายงาน