คุณพูนสิทธิ์ ว่องธวัชชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานการพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลสู่ความยั่งยืน เปิดเผยกับ นิวมีเดีย พีพีทีวี เล่าให้ฟังถึงแนวคิดดังกล่าวว่า สิ่งที่นำมาพิจารณา คือ ดูว่าอะไรก่อให้เกิดผลลัพธ์เชิงบวก หรือ ผลกระทบเชิงลบ ต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งในองค์กรขนาดใหญ่ มีทั้งเรื่องการใช้น้ำ ใช้ไฟ ใช้กระดาษ ล้วนก่อให้เกิดปัญหาขยะมูลฝอย รวมถึง ขยะเศษอาหารที่มีต่อวันสูงถึง 250 กิโลกรัม ช่วงปลายปีที่แล้ว (2563) จึงเกิดแนวคิด ทำให้ขยะเศษอาหารไปสู่ขบวนการฝังกลบ (ลดการเกิดก๊าซมีเทน) ให้ได้น้อยที่สุด จึงเป็นที่มาของการติดตั้งเครื่องกำจัดขยะเศษอาหาร (Food Waste Composter)
ขบวนการของ เครื่องกำจัดขยะเศษอาหาร คือ
ตั้งแต่การแยกขยะเศษอาหารในศูนย์อาหารขององค์กร
เข้าสู่ขบวนการของเครื่อง เครื่องกำจัดขยะเศษอาหาร
ออกมาเป็น อาหารบำรุงพืชหรือปุ๋ย
นำกลับมาแจกจ่ายให้พนักงานและใช้ในการดูแลรักษาต้นไม้ ในบริเวณต่างๆ ของสำนักงาน ซึ่ง เครื่องกำจัดขยะเศษอาหาร จะใช้เทคโนโลยีชีวภาพในการย่อยสลายเศษอาหารซึ่งช่วยลดปริมาณขยะที่จะนำไปสู่บ่อฝังกลบได้ 100% เหนือสิ่งอื่นใดคือ ลดก๊าซมีเทน ซึ่งมีคุณสมบัติก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจกสูงกว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และการกำจัดขยะเศษอาหารนี้ก็สามารถลดก๊าซมีเทนได้ถึง 2,534 กิลโลกรัมต่อปี ลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ เทียบเท่ากับการขับรถไปกลับ ระหว่างโลกไปดวงจันทร์ได้ 3 เที่ยว หรือเทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ทดแทนได้ 9,320 ต้น ได้อาหารของพืชมาบำรุงต้นไม้เพิ่มิิกซิเจนกลับคืนสู่ธรรมชาติ 243,754 กิโลกรัมต่อปี เพียงพอต่อการหายใจของมนุษย์ 4,131 คน
การจะสื่อสารกับพนักงาน 5,000-6,000 คน ให้เข้าใจตรงกันไม่ใช่เรื่องง่าย
คุณพูนสิทธิ์ จึงต้องให้การสื่อสารแบบให้ความรู้ ปูพื้นความรู้ให้พนักงานเล็งเห็นถึงความสำคัญของปัญหาหรือมิติด้านสิ่งแวดล้อม และสิ่งที่ธนาคารและพันกงานสามารถร่วมมือกันที่จะช่วยเป็นการลดภาระ ลดผลลบ หรือ ผลลัพธ์เชิงลบด้านสิ่งแวดล้อมในการใช้ชีวิตประจำวันของเรา ในการดำเนินธุรกิจธนาคารและในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเอง เช่น จัดแคมเปญให้ความรู้เรื่องปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ให้ความรู้วิธีการรีไซเคิลขยะประเภทต่างๆ ซึ่งผลลัพธ์เชิงบวกออกมาปรากฏว่า
"3 เดือนแรก ได้ขยะเศษอาหารประมาณ 6,000 กิโลกรัม (ส่วนหนึ่งของพนักงานเป็น Work From Home) จากปกติเศษอาหารจากโรงอาหารของสำนักงานใหญ่จะมีประมาณเดือนละ 5,000 กิโลกรัม แต่ช่วงโควิด-19 ประมาณ 2,000 กิโลกรัม 3 เดือน 6,000 กิโลกรัม ซึ่งสามารถแปลงเป็นปุ๋ยหรืออาหารพืชได้ 1,000 กิโลกรัม"
ซึ่งส่วนที่เราได้มาเป็นปุ๋ยหรืออาหารพืช ผลผลิตจากกระบวนการกำจัดขยะเศษอาหาร ได้มีการนำไปแจกจ่ายให้พนักงานเพื่อไปใช้ในครัวเรือน ให้พนักงานรู้ว่า เศษอาหารของพนักงานทุกคน กลับมาเป็นปุ๋ยให้กับต้นไม้ที่จะไปใช้ในครัวเรือน ส่วนหนึ่งเอามาใช้กับต้นไม้ในอาคารและสนามหญ้าของสำนักงานใหญ่
แต่...ผลลัพธ์เชิงบวกที่เกินความคาดหมาย คือ การ “ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก” ที่ได้ผลเกินคาด
โดยในปี 2563 ได้ตั้งเป้าหมายไว้ว่าทุกโครงการต้องทำให้องค์กร ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ 7.5 ล้านกิโลคาร์บอน แต่ปรากฏว่าสามารถลดก๊าซเรือนกระจก ได้ถึง 8.4 ล้านกิโลคาร์บอน เกินกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ถึง 15% ดังนั้น ปีนี้เป้าหมายอาจต้องสูงกว่า สัก 15% หรือ 20%
คุณพูนสิทธิ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ในช่วงที่ผ่านมาสถาบันการเงินจะดูเรื่อง ความยั่งยืนของเศรษฐกิจและการเงิน แต่ตอนนี้นักลงทุนก็ดี ลูกค้าที่มาใช้บริการก็ดี ให้ความสนใจที่ไม่ได้ดูแค่ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ แต่จะดูว่าธนาคารหรือองค์กรนั้นๆ มีการดำเนินการอย่างไรบ้างในเรื่องประเด็นความยั่งยืน ทั้ง สังคม สิ่งแวดล้อมและธรรมาภิบาล
ในยุคที่เทรนด์ของโลกกำลังเปลี่ยนไป ความยั่งยืนทางเศรษฐกิจและการเงิน ต้องมาควบคู่กับ ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม สร้างผลลัพธ์เชิงบวก หรือ ลดผลกระทบเชิงลบต่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน