สภาพกำแพงบ้านพังเสียหายจำนวน 3 หลัง เกิดรอยร้าวและพังลงตั้งแต่วันที่ 3 ม.ค.64 สาเหตุที่กำแพงพังลงคาดว่าอาจเกิดจากการขุดร่องน้ำทำนาด้านหลังหมู่บ้าน เหตุเกิดบริเวณหมู่บ้านแห่งหนึ่งแถว ต.ไทรน้อย อ.ไทรน้อย หลังจากเกิดเหตุลูกบ้านเข้าร้องเรียนทางนิติโครงการของหมู่บ้านผ่านมาหลายเดือนไม่มีความคืบหน้าและยังไม่ได้รับการซ่อมแซมจึงมาร้องกับทางสื่อเพื่อขอความเป็นธรรม
น.ส.ภิญญาดา เจ้าของบ้านหลังแรกที่เกิดรอยร้าว เล่าว่า ปกติตนไม่ได้อยู่บ้านเพราะให้คนเช่าอยู่ หลังจากเกิดเหตุการณ์คนเช่าได้ย้ายหนีออกไปเพราะกลัว สิ่งที่เกิดขึ้นคือตนได้รับจดหมายจากโครงการว่าให้ระงับการซ่อมแซม แต่ตนไม่เข้าใจเพราะว่าสัญญายังอยู่ถึง 7 ปี โดยอ้างว่านิติไม่เซ็นรับทำให้ฟ้องร้องเอาผิดกับชาวนาไม่ได้ จึงต้องหยุดระงับการซ่อมไปก่อน จึงไปร้องศูนย์ดำรงธรรมและร้องกับทางสื่อมวลชน ผ่านมา 4 เดือนแล้ว เรื่องยังเงียบ และตอนนี้กำแพงเริ่มล้มเอียงออกมากขึ้น
ขณะที่ น.ส. ภัทรพร พนิกรณ์ เจ้าของบ้านหลังที่ 3 เล่าว่า กำแพงถล่มลง ดินทรุดและมีรอยร้าวทั่วบ้าน หลังจากนั้นเจ้าของโครงการเข้ามาดูและเก็บภาพต่างๆ ตนคิดว่าจะมีการคืบหน้าบ้างแต่สุดท้ายก็เงียบหายไป ซึ่งตนคิดว่าปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้เพราะมีสัตว์ต่างๆเข้ามาภายในบ้านและห่วงเรื่องความปลอดภัย ตนจึงติดเจ้าของโครงการไปอีกรอบแต่เขาบอกว่าอยู่ในการดำเนินการเอาเรื่องผิดกับชาวนา ตนจึงเข้าร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรมเพราะเวลาผ่านมา
เจ้าของบ้าน ผู้เสียหาย บอกว่ายังอยู่ในการรับผิดชอบของทางโครงการเพราะในสัญญายังเหลืออีก 7 ปี ได้แจ้งเข้าไปแล้วแต่ยังไม่มีใครเข้ามาซ่อมให้ และได้จดหมายตอบกลับว่าระงับการซ่อมไปก่อน สาเหตุคือไม่ใช่ความผิดพลาดของทางโครงสร้างที่พังลงมา แต่เป็นความผิดของชาวนาที่ใชแบคโฮในการขุดร่องน้ำ ซึ่งโครงการให้รอชาวนาเกี่ยวข้าวเสร็จแต่เมื่อครบเวลาเรื่องก็เงียบเหมือนเดิม ตนจึงเข้าไปจี้อีกรอบจึงได้จดหมายมาว่ากำลังเดินเรื่องฟ้องชาวนาจำนวน 1.3 ล้านบาท จึงทำให้ยังซ่อมไม่ได้ ส่วนตัวแล้วคิดว่าเป็นเพราะโครงสร้างที่ไม่ดีเพราะในหมู่บ้านนี้ มีกำแพงถล่มมาประมาณ 4รอบแล้ว ซึ่งครั้งนี้หนักมากเพราะสัญญามีอยู่แต่ทางโครงการโยนความผิดให้ชาวนา ซึ่งตอนนี้ตนได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมากเพราะไม่รู้ว่าจะทรุดลงอีกเมื่อไหร่