ดราม่า “อาลัวพระเครื่อง” ยอดสั่งล้นหลาม สำนักพุทธฯ เตรียมขอร้านเลิกทำ

โดย PPTV Online

เผยแพร่

สำนักพุทธฯเตรียมส่งหนังสือขอร้านเลิกทำ มองว่าขนม “อาลัวพระเครื่อง” หวั่นกระทบความรู้สึกชาวพุทธ

ภาพขนมอาลัวรูปพระเครื่องหลากหลายสีสัน ทั้งสีน้ำตาลเสมือนจริง และสีพาสเทล ฟ้า ชมพู แต้มทองคำเปลว ถูกโพสต์ลงบนเพจเฟซบุ๊กของร้านขนมไทย “มาดามชุบ” โพสต์ภาพพร้อมระบุข้อความเปิดรับออเดอร์ขนม “อาลัวพระเครื่อง” ในราคากล่องละ 100 บาท บรรจุ 20 ชิ้น นี่ไม่ใช่โพสต์แรกที่ทางร้านนำ “อาลัวพระเครื่องมาขาย” เพราะมีการเริ่มโพสต์ตั้งแต่ช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา แต่เพิ่งมาเป็นกระแส ทำให้ชาวเน็ตแห่เข้ามาคอมเม้นต์ หลายคนชื่นชมในไอเดีย บางส่วนก็มองว่าไม่เหมาะสม

 

เมื่อโพสต์ดังกล่าวถูกแชร์ในเฟซบุ๊กกว่า 16,000 ครั้ง มีผู้เข้ามาแสดงความเห็นมากมาย กว่า 7 พันข้อความ หลายคนมองว่าเป็นไอเดียที่ดี มีการแสดงความคิดเห็นในเชิงติดตลก เช่น อยากลิ้มรสพระธรรม อยากให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองกระเพาะอาหาร ขณะที่บางส่วนก็มองว่าพระเป็นของสูง ไม่ควรนำมาเล่น แม้ความเห็นจะแตกออกเป็นสองฝ่าย แต่ก็มียอดสั่งซื้อเข้ามาจำนวนมากจนร้านต้องโพสต์ปิดรับออเดอร์ตั้งแต่เวลา 9.50 น. วันนี้ เพราะกำลังผลิตไม่พอ

ขณะที่พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ วัดสร้อยทอง ได้แชร์ภาพ “อาลัวพระเครื่อง” ระบุว่า สำหรับตนเอง ไม่เห็นเป็นเรื่องลบหลู่ คนเรามักรับกันไม่ได้กับเรื่องลักษณะนี้ แต่รับได้หากพระเครื่องจะถูกปั๊มออกมาวางขายเป็นตะกร้าองค์ละ 5 บาท 10 บาท เรารับไม่ได้ที่พระเครื่องจะกลายเป็นขนม แต่รับได้ถ้าพระเครื่องจะกลายเป็นสินค้ามีราคา ซึ่งคนจะซื้อขายเหมือนเพชรพลอยในราคาหลายล้าน พร้อมชื่นชมคนทำว่ากล้าคิดกล้าคิดในช่วงโควิด ถือว่าเข้าใจหาวิธีในการเรียกลูกค้า

ทีมข่าววbดีโอคอลไปพูดคุยกับพระมหาไพรวัลย์เพิ่มเติม เปิดเผยว่า กรณีนี้ตนเองไม่เห็นข้อเสียใด นอกจากขนมมีน้ำตาลสูง ไม่ควรกินมาก ส่วนเรื่องความเหมาะสมในการทำเป็นรูปทรงพระเครื่องนั้น จริง ๆ แม้แต่พระเครื่องที่คนบูชาว่าจะทำให้มีเมตตามหานิยมก็ไม่มีในหลักพระพุทธศาสนาเช่นกัน แต่คนกลับรับได้ ทั้งที่การนำพระพุทธเจ้าไปทำวัตถุมงคลแล้วอวดอ้างสรรพคุณ เปลี่ยนพุทธศาสตร์ให้กลายเป็นไสยศาสตร์ เป็นเรื่องที่เสียหายกว่าการนำมาทำเป็นขนมด้วยซ้ำ กรณีนี้จึงมองว่าไม่ได้เป็นการลบหลู่หรือไม่สมควร ตราบใดที่ไม่มีการอวดอ้างสรรพคุณว่ากินแล้วจะมีเมตตามหานิยม

อย่างไรก็ตาม ในมุมของ นายสิปป์บวร แก้วงาม โฆษกสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) มองว่า แม้การทำขนมเป็นรูปพระเครื่องจะไม่ผิดกฎหมายหรือหลักคำสอนของศาสนา แต่ก็เป็นเรื่องไม่เหมาะสม เพราะกระทบกับความรู้สึกของชาวพุทธด้วยกัน โดย พศ. เตรียมส่งหนังสือตั้งข้อสังเกตความไม่เหมาะสมไปยังร้านขนมดังกล่าวเพื่อขอให้ทบทวนและพิจารณาทำขนมเป็นรูปทรงอื่น

นายสิปป์บวร ทิ้งท้ายว่า ตนเองเข้าใจทางร้านว่าการริเริ่มไอเดียนี้ เนื่องจากต้องการสร้างรายได้ในสถานการณ์โควิด-19 แต่อาจลืมคำนึงถึงความเหมาะสม ซึ่งในการค้าขายไม่จำเป็นต้องทำเป็นรูปทรงพระเครื่องก็ได้ เพราะมีอีกหลายรูปทรงที่ทำได้โดยไม่ส่งผลกระทบกันใคร

 

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ