มีรายงานข่าวแจ้งว่า พนักงานสอบสวน สน.มีนบุรี ได้สรุปสำนวนส่งฟ้องนายษิทรา เบี้ยบังเกิด ทนายความในคดีใช้หลักฐานเท็จช่วยเหลือ เอมี่ อามาเรีย จาคอป ให้หลุดคดียาเสพติด โดยจะส่งสำนวนคดีให้กับอัยการจังหวัดมีนบุรี
คดีนี้สืบเนื่องจากชุดสืบสวน สน.ศาลาแดง ในฐานะผู้เสียหาย เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.มีนบุรี เมื่อเดือนพฤษภาคม 2562 ว่าถูกนำเอกสารบัตรข้าราชการตำรวจไปปลอมแปลงลายเซ็น
เพื่อใช้ในการยื่นต่อศาลในการขอลดโทษ พ.ร.บ.ยาเสพติด มาตรา 100/2 ในคดี น.ส.อาเมเรีย จาคอป หรือเอมี่ อดีตนางเอกสาวชื่อดัง ตกเป็นจำเลย โดยนับจากนั้นตำรวจได้สืบสวนเรื่อยมาจนกระทั่งศาลจังหวัดมีนบุรีได้ออกหมายจับนายษิทรา ตามมาตรา 180 ผู้ใดนำสืบหรือแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดี ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3ปี หรือปรับไม่เกิน 6หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยนายษิทรา ถูกตำรวจจับกุมตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2563 และได้รับการประกันตัวออกมาสู้คดี
ด้าน ทนายตั้ม กล่าวชี้แจงถึงกระแสข่าวที่มีการแชร์ข้อมูลเกี่ยวกับคดีเอมี่ ว่า เป็นข่าวเก่าตั้งนานแล้ว เนื่องจากคดีนี้ทางตำรวจได้สรุปสำนวนส่งพนักงานอัยการไปประมาณครึ่งปีแล้ว ซึ่งขณะนี้ทราบว่าทางอัยการกำลังพิจารณาสำนวนคดีเพื่อเตรียมยื่นฟ้องต่อศาล แต่กลับมีคนปล่อยข่าวว่าผมโดยคดีในวันนี้เพื่อหวังดิสเครดิส ทั้งที่ความจริงแล้วผมโดนมา 6 คดี และพร้อมสู้บนชั้นศาลทุกคดี พร้อมปฏิเสธให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับข้อมูลคดีนี้ โดยบอกว่าขอพักอยู่กับครอบครัว 1 วัน
ขณะ พ.ต.อ.รัฐศักดิ์ รักสลาม รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล3 ที่ดูแลคดีนี้ เปิดเผยว่า คดีนี้ทางพนักงานสอบสวน ได้มีการสรุปสำนวนคดีส่งมอบให้พนักงานอัยการไปตั้งแต่ปี 2563 แล้ว แต่ทางพนักงานอัยการ ได้มีความเห็นขอให้ตำรวจสอบสวนเพิ่มเติมในอีกหลายประเด็น จนกระทั่งล่าสุดตำรวจได้ดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติมทุกประเด็นครบถ้วน ตามคำสั่งของอัยการเรียบร้อยแล้ว พร้อมกับส่งมอบเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมไปให้กับอัยการ ตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายน 2564 ที่ผ่านมา
ส่วนประเด็นที่ว่า ทำไมคดีดังกล่าวส่งฟ้องไปนานแล้ว แต่กลับเพิ่งเป็นข่าวในช่วงเวลานี้ ทาง พ.ต.อ.รัฐศักดิ์ บอกว่า ไม่ทราบว่าดังกล่าวมีที่มาที่ไปอย่างไร แต่ตนไม่ได้เป็นผู้ให้ข่าวในคดีนี้