ล่าสุดโรงเรียนแห่งหนึ่ง ออกมาปรับตารางเรียนใหม่ จากเดิม6วิชา กลายเป็น9วิชาต่อวัน ทำให้เด็กนักเรียนและผู้ปกครองหลายคนไม่เห็นด้วย เมื่อต่างสะท้อนปัญหากลับไป กลับมีคำพูดว่า ไม่พอใจก็ให้ไปลาออกสิ
คือเสียงสะท้อนของนักเรียนแห่งหนึ่ง บอกว่าเรียนออนไลน์แล้วครียดจนร้องไห้ ไม่มีคอม ไอแพตหนูก็ไม่มีหนูเรียนในโทรศัพท์ แล้วมันลำบาก มันไม่เอื้ออำนวยที่จะให้เรียนแบบนี้ พอเข้าไปแจ้งปัญหากลุ่มแชทของโรงเรียนก็มีคำพูด บอกว่าไม่พอใจก็ลาออกไปสิ
“หมอโอ๋” แนะวิธีรับมือความเครียดที่เกิดจากการเรียนออนไลน์
ทีมข่าวได้รับข้อมูลการแชทไลน์ของนักเรียน โรงเรียนแห่งหนึ่งย่านธัญบุรี เด็กนักเรียนเล่าว่าโรงเรียนปรับตารางเรียนใหม่ เป็นวันละ9 วิชาตั้งแต่ 08.30 จนถึง 16.30 น. มีพักเบรคแค่ 50นาที โดยมีผลบังคับใช้วันจันทร์ที่ 12 มิถุนายนนี้ ในแชทนี้มีการแสดงความคิดเห็นจากนักเรียน ระบุว่า “ขอพูดในมุมมองของเด็กนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่6 รู้สึกว่าตารางเรียนแน่นมากเกินไปจริงๆค่ะ ที่ผ่านมาอาจารย์หลายท่านก็สั่งงาน การบ้านเยอะ ทำให้ไม่มีเวลาอ่านหนังสือเพื่อเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย รวมถึงหลายวิชาที่เพิ่มเติมมาจากเดิม จึงอยากขอให้อาจารย์นำตารางเรียนกลับไปพิจารณาใหม่อีกครั้ง
และยังพบว่ามีเด็กนักเรียนอีกหลายคนที่ออกมาแสดงความคิดเห็นภายในกลุ่มไลน์ว่า การปรับให้มีชั่วโมงเรียนมากขึ้นถึง9วิชาต่อวัน หนักเกินไปจริงๆ เพราะเด็กบางคนไม่มีคอมพิวเตอร์หรือแท็ปเล็ต มีเพียงโทรศัพท์มือถือเครื่องเดียว ทำให้ไม่สะดวก
ส่วนกรณีที่เป็นกระแสวิพากวิจารณ์ในโลกโซเชียลถึงกรณี “โอเพ่นแชท” หรือ ห้อง HOT LINE ที่เปิดไว้เพื่อให้นักเรียนหรือผู้ปกครอง แสดงความคิดเห็น หรือชี้แจงปัญหาเข้าไปยังกลุ่ม ซึ่งมีนักเรียนและผู้ปกครองหลายคนเข้าไปแจ้งปัญหา แต่ถูก1ในสมาชิกของกลุ่มตอบกลับว่า “ถ้าไม่พอใจกับการเรียนการสอบ และการสั่งงานที่มากเกินไปให้ลาออกซะ”รวมถึงยังมีแอดมินบล็อกไม่ให้เข้าไปแสดงความคิดเห็นในกลุ่มอีกด้วย
หนึ่งในนักเรียน บอกว่า อาจารย์สั่งการบ้านทุกวิชา ทำให้ยิ่งรู้สึกกดดันมากขึ้น ที่ผ่านมาหลายครั้งที่ อาจารย์ให้ทำข้อสอบออนไลน์ในระบบ โดยให้เวลาเพียง10 นาที ซึ่งข้อสอบมี20ข้อ แต่เนื่องจากตนเองไม่มีคอมพิวเตอร์ เรียนจากโทรศัพท์มือถือเพียงเครื่องเดียว ทำให้ส่งข้อสอบไม่ทันตามเวลาที่อาจารย์กำหนด อาจารย์ก็จะไม่ให้ผ่าน และบอกว่าให้สอบใหม่ในคาบเรียนหน้า แต่จะได้คะแนนแค่ครึ่งเดียว ทำให้ตนเองรู้สึกกังวลกับอนาคต เพราะอยากสะสมคะแนนรวม ให้ได้มากที่สุดเพื่อที่จะไปสอบเข้าในมหาวิทยาลัย
ทางต้นสังกัดรร.ดังกล่าว ออกมาชี้แจงในบางประเด็น ระบุว่า จากกรณีที่นักเรียนแชร์ตารางเรียนที่มีการโพสต์วิชาเรียน 5 วัน จ-ศ . ตารางเรียนอัดแน่น 9 คาบ/ 1 วัน เป็นเพียงแผนการสอนที่ซึ่งยังไม่ได้ถูกนำมาใช้จริง
ส่วนกรณีมีแชทไลน์ของนักเรียนหลุดออกมา ว่าอาจารย์บางคนสั่งงานตอน 3ทุ่ม ทำเอานักเรียนแทบไม่ได้พัก บางคนเครียดจนนอนร้องไห้ทุกวัน ทางต้นสังกัดยอมรับว่าตรวจสอบเรื่องนี้แล้ว คาดว่าเป็นการสื่อสารทำให้เข้าใจผิด ซึ่งอาจารย์ได้สั่งการบ้านทิ้งไว้หลังปิดคาบเรียน แต่ไม่ได้กำหนดให้นักเรียน ต้องส่งเดี๋ยวนี้ หรือพรุ่งนี้
สุดท้ายประเด็นเรื่องแชท “Hot Line” ที่เปิดให้นักเรียน และ ผู้ปกครอง แสดงความคิดเห็น มีการพูดถึง ให้รร.ยืดหยุ่นเวลาให้เด็กได้ผ่อนคลายบ้าง กลับถูกย้อนว่า “ถ้าไม่พอใจก็ให้ไปลาออกซะ” ประโยคนี้ทางต้นสังกัดชี้แจงว่าได้ตรวจสอบจากบุคลากรภายในโรงเรียนแล้ว ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ไม่มีครูคนใด ตอบกลับในประโยคดังกล่าวเลย
ขณะที่นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้สัมภาษณ์ ระบุว่า ปัจจุบันเราเตรียมแผนเพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นไว้แล้วโดยการปรับหลักสูตรการเรียนการสอนให้ยืดหยุ่นกับนักเรียนมากขึ้น จากเดิมที่แบ่งตัวชี้วัดออกเป็น3 ประเภทคือ สิ่งที่จำเป็นต้องรู้ สิ่งที่ควรรู้ สิ่งที่น่าจะรู้ แต่วันนี้เราเลือกใช้เฉพาะ สิ่งที่นักเรียนจำเป็นต้องรู้ เพราะเกรงว่าหากอัดแน่นเนื้อหามากเกินไปเด็กจะสะสมความเครียด ส่วนรูปแบบการเรียนการสอนสามารถให้โรงเรียนยืดหยุ่นได้ ตามความเหมาะสมเพราะเข้าใจว่าด้วยสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เด็กบางคนอาจจะไม่สะดวกในการจัดหาอุปกรณ์
เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ยอมรับว่า ตอนนี้สิ่งที่ยังคงเป็นปัญหาใหญ่ของการเรียนออนไลน์คือ รัฐยังไม่สามารถจัดสรรอุปกรณ์การอำนวยความสะดวกในการเรียนออนไลน์ให้กับนักเรียนได้อย่างเท่าเทียมกัน เช่น บางพื้นที่มีอินเตอร์เน็ต บางพื้นที่ไม่มี หรือเทคโนโลยีต่างๆ ซึ่งหลังจากที่เกิดกระแสข่าวออกไปก็มีนักเรียนอีกหลายโรงเรียนที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นว่าเจอเหตุการณ์ลักษณะเดียวกัน หมายความว่ายังมีอีกหลายโรงเรียนที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข