“สวนเสือศรีราชา” สวนสัตว์ชื่อดังและแหล่งเพาะพันธุ์เสือโคร่งพันธุ์รอยัลเบงกอลที่ใหญ่ที่สุดในโลก เหลือไว้เพียงความทรงจำ หลังเจ้าของตัดสินใจปิดกิจการลง เพราะไปต่อไม่ไหว ยอมรับ “สุดยื้อ” หลังพยายามทำทุกวิถีทางแล้วแต่การท่องเที่ยวยังไม่ฟื้นคืนกลับมา ทิ้งท้ายเปิดช่องให้นักลงทุนที่สนใจมาลงทุนและฟื้นสวนเสือแห่งนี้กลับมาอีกครั้ง ขณะที่ชาวเน็ตร่วมคอมเม้นท์ส่งกำลังใจ รอการกลับมาอีกครั้งของสวนสัตว์แห่งภาคตะวันออกที่เต็มไปด้วยความทรงจำอันสวยงาม
แฟนเพจเฟซบุ๊ก “สวนเสือศรีชา” โพสต์ข้อความ บอกเล่าประวัติความเป็นมา และ เหตุผลที่ตัดสินใจปิดกิจการลง โดยมีเนื้อหาดังนี้
#สวนเสือศรีราชาปิดจริงหรือไม่?
สวนเสือศรีราชาเปิดให้บริการเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2540 แต่แล้วในเดือนเมษายน ปี 2564 ฟ้าก็ผ่าลงตรงเลข 24 ปีพอดี “สวนเสือศรีราชาเลิกกิจการ “
เราเริ่มต้นตั้งแต่สถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดชลบุรีมีเพียงไม่กี่แห่งโดยดร.ไมตรี เต็มศิริพงศ์ ประธานกรรมการและ ผู้ก่อตั้ง “สวนเสือศรีราชา” จากธุรกิจเพาะเลี้ยงหมูและจระเข้ ก้าวสู่ธุรกิจท่องเที่ยวประเภทสวนสัตว์ จากธุรกิจที่เราไม่มีประสบการณ์มาก่อนจนสร้างชื่อเสียงระดับโลกและนักท่องเที่ยวต่างชาติให้ความสนใจและต้องการมาเที่ยวมากที่สุด กลุ่มนักท่องเที่ยวหลักของสวนเสือศรีราชา คือ จีน อินเดีย เวียดนาม อินโดเซีย รัสเซียฯลฯ รับนักท่องเที่ยวปีละไม่น้อยกว่า 1.5 ล้านคนไฮไลท์ของสวนเสือศรีราชา คือ เป็นศูนย์เพาะและขยายพันธุ์เสือโคร่งพันธุ์รอยัลเบงกอลที่ใหญ่ที่สุดในโลก การแสดงเสือ,จระเข้,ช้าง และ หมู เป็นกิจกรรมที่สร้างความสุขและสนุกสนานให้กับนักท่องเที่ยวมากเป็นพิเศษ นอกจากนี้แล้วยังมีกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้มีส่วนร่วม อาทิ ถ่ายรูปกับเสือ-จระเข้,นางพญาแมงป่อง,ตกจระเข้,ยิงอาหารเสือ,จูงเสือชมสวน,ป้อนนมปลาคาร์พ,ตกปลาช่อนอเมซอน และ อีกมากมาย แต่ละกิจกรรมล้วนเป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวมาโดยตลอด
โควิด-19 เริ่มระบาดเมื่อต้นปี 2563 ที่ผ่านมาเราพยายามที่จะดิ้นรน สร้างรายได้จากการขายอาหารริมทาง และ ยังเปิดให้เข้าฟรีหลังโควิด-19 ระยะแรก หลังจากนั้นได้จัดโปรโมชั่นเสมือนเข้าฟรีตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เพื่อประคับประคองธุรกิจ ดูแลพนักงาน รวมถึงสัตว์ทุกตัวให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ โควิด-19 กลับมาระบาดอย่างต่อเนื่อง ในวันที่ไม่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามา ถึงแม้จะได้รับความรักและเอ็นดูจากนักท่องเที่ยวชาวไทยในช่วงที่ผ่านมา แต่เราก็ไม่สามารถประคับประคองธุรกิจให้เดินต่อไปได้ ซึ่งเราตระหนักดีว่าธุรกิจท่องเที่ยวเอกชนประเภทสวนสัตว์ขนาดใหญ่ ต้องอาศัยความร่วมมือทั้งแรงกาย แรงใจ ความอดทน และที่สำคัญคือทุนทรัพย์
สวนเสือศรีราชา จะกลับมาเปิดอีกครั้งหรือไม่?
เป็นเรื่องของอนาคตที่เราเองก็ไม่สามารถคาดการณ์ได้ เมื่อทุกอย่างคลี่คลาย อาจมีโอกาสดีๆ เข้ามา เรายินดีและพร้อมที่จะรับฟังข้อเสนอจากนักลงทุน ด้วยประสบการณ์ความรู้ ความสามารถ ด้านการท่องเที่ยว ที่จัดการบริหารสวนเสือมาตลอด 24 ปี อาจจะเนรมิตให้เกิดแลนด์มาร์คแห่งใหม่และกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง ณ ที่แห่งใดแห่งหนึ่ง ทั้งนี้บริษัท สวนเสือศรีราชา จำกัด ได้จดลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้าและทรัพย์สินทางปัญญา ชื่อ " สวนเสือศรีราชา " ไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ย้ายสัตว์ต่างๆรวมถึงเสือไปไว้ที่ไหน....?
เสือเป็นสัตว์ที่อยู่ภายใต้กฎหมายคุ้มครองประเภทที่ 1 ซึ่งเสือทุกตัวเป็นทรัพย์สินของบริษัท ศรีราชาฟาร์มจระเข้และผลิตภัณฑ์ จำกัด (เจ้าของที่ดิน) ส่วนสัตว์อื่นๆ ที่มีอยู่จำนวนมาก ส่วนหนึ่งได้ขาย และส่วนหนึ่งเรายังคงเลี้ยงและดูแลเขาให้ดีที่สุด อาทิ จระเข้ ช้าง 11 เชือก กวาง อูฐ ม้าแคระ และอื่นๆ ไม่น้อยกว่า 5,000 ตัว โดยเราได้ย้ายสัตว์เหล่านี้ไปไว้ในที่ดินที่บริษัทฯ เป็นผู้ถือครอง ส่วนโครงการในอนาคตจะทำอะไร หากมีความคืบหน้าอย่างไรจะกลับมาให้ข้อมูลอีกครั้ง..
บรรดาแฟนเพจที่เคยเข้าเยี่ยมชมสวนเสือศรีราชา ต่างพากันคอมเม้นท์ ให้กำลังใจ และ บอกเล่าความประทับใจทั้งในวัยเยาว์ และ บอกเล่าความสุข ความทรงจำ ที่ได้ใช้เวลาร่วมกับสมาชิกในครอบครัวในสวนเสือศรีราชาแห่งนี้ เกือบทุกคนส่งกำลังใจและรอคอยการ กลับมาเปิดอีกครั้งของสวนสัตว์อันเป็นดินแดนแห่งความสุขของพวกเขา