นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เปิดข้อมูลหลังจาก กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และ กรมอนามัย ได้ร่วมกับกองวิศวกรการแพทย์และวิศวกรอาสา และสำนักงานพระพุทธศาสนา เพื่อตรวจสอบวัดต่างๆ ในพื้นที่ กทม. ปทุมธานี นนทบุรี ทั้งสิ้น 189 วัด โดยส่วนใหญ่ วัดมีศักยภาพเผาประมาณ 2-4 ศพ ต่อวัน โดยมีปัจจัยขึ้นอยู่กับชนิดของเตาเผา สรีระของผู้ป่วย อายุการใช้งานเตาเผา
ในจำนวน 189 วัด กทม. มีจำนวนวัดทั้งหมด 92 แห่ง เผาศพผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ไปแล้ว 3,067 ศพ โดยสภาวะปกติเผาได้ 184 ศพ/วัน
จ.นนทบุรี มีจำนวนวัดทั้งหมด 42 แห่ง เผาศพผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ไปแล้ว 1,067 ศพ สภาวะปกติเผาได้ 84 ศพ/วัน
จ.ปทุมธานี มีจำนวนวัดทั้งหมด 55 แห่ง เผาศพผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ไปแล้ว 222 ศพ สภาวะปกติเผาได้ 110 ศพ/วัน
และสามารถเพิ่มศักยภาพได้ 2 เท่า หากอยู่ในสภาวะวิกฤต
ขณะที่เดียวกัน ปัญหาที่พบในขณะนี้ คือ บางวัดมีปริมาณการเผาศพที่มากเกินไป จึงได้พัฒนาระบบระบบ GIS เพื่อตรวจสอบวัดใกล้บ้าน พร้อมส่งข้อมูลให้กับ สถานพยาบาล โรงพยาบาล และการแพทย์ฉุกเฉิน เพื่อเป็นข้อมูลให้ญาติผู้เสียชีวิต เพื่อกระจายการเผาศพไปยังวัดต่างๆ เพื่อลดภาระของเตาเผาและยืดอายุเตาเผา
นอกจากนั้น สำหรับวัดที่มีปัญหาเมรุ และ เตาเผา ชำรุด กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ จะเข้าไปช่วยดำเนินการร่วมกับสำนักพุทธศาสนา เบื้องต้นมีบริษัทเอกชน 7 บริษัท สามารถเข้าติดตั้งได้ภายใน 1 - 2 สัปดาห์ เฉลี่ยราคาอยู่ที่ 1,000,000 - 2,500,000 บาท
วัดบางน้ำชน เผาศพโควิด จนเตาระเบิด-เมรุพัง
สัปเหร่อใจสู้ เผาศพโควิดกว่า 40 ศพ
วัดสุทธิสะอาด รับเผาผู้ป่วยโควิด 3 ศพ/วัน หวั่นเมรุพัง เจ้าอาวาสชี้สถานการณ์วิกฤตหนัก
ด้าน นายแพทย์ดนัย ธีวันดา รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวเสริมว่า ส่วนใหญ่เตาเผาในพื้นที่ กทม. และ ปริมณฑลจะเป็นเตาเผา 2 หัวเผา อุณหภูมิ 760 องศาเซลเซียส ห้องเผาที่สองเป็นห้องเผาควันต้องใช้ความร้อนไม่น้อยกว่า 1,000 องศาสเซลเซีย เพื่อกำจัดสารที่ก่อให้เกิดมลภาวะต่างๆ ซึ่งต้องเน้นย้ำว่า หลีกเลี่ยงการเปิดประตูเผาศพ เพื่อพลิกศพ แบบกรณีทั่วๆไป เนื่องจากทำให้ อุณหภูมิเตาเผาลดลง การฟุ้งกระจายอาจเกิดขึ้นได้
ส่วนขั้นตอนการเก็บอัฐิเพื่อประกอบพิธีกรรมทางศาสนา และควันจากการเผา ยืนยันว่า สามารถทำได้ เนื่องจากความร้อนในการเผาทำให้เชื้อโควิด-19 ตายทั้งหมดแล้ว
ส่วนกรณี สัปเหร่อ หากศพของผู้เสียชีวิตโควิด-19 มาจากโรงพยาบาลซึ่งบรรจุในโลงและถุงซิปล็อค ตามกระบวนการทางการแพทย์แล้ว จึงไม่ต้องสัมผัสกับร่างผู้เสียชีวิต ก็ไม่จำเป็นสวมใส่ชุด PPE เพียงแต่หลังจากประกอบพิธกรรมเสร็จสิ้น ให้รีบชำระล้างร่ายกายให้สะอาด
ส่วนกรณี "การฝังศพ" ไม่อนุญาตให้ญาติ หรือ ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เปิดถุงซิปหรือเข้าไปจัดการศพ เนื่องจากสารคัดหลั่งหรือของเหลวในตัวผู้ตายสามารถแพร่เชื้อได้