นายนคร ศิลปอาชา ประธานกรรมการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ กล่าวว่า วิกฤตโควิด-19 เป็นเสมือนตัวเร่งให้เกิดการปรับตัวในทิศทางต่างๆอย่างชัดเจน สคช. จึงได้ใช้วิกฤตนี้ในการเตรียมความพร้อมกำลังคนในอาชีพ ด้วยทักษะและองค์ความรู้ที่จะมารองรับทุกการเปลี่ยนแปลง เนื่องจากทั่วโลกหันมาให้ความสำคัญกับปริญญาอาชีพหรือคุณวุฒิวิชาชีพ ซึ่งอาจเรียกได้ว่าเทียบเท่าหรือมากกว่าใบปริญญา
นายนคร กล่าวต่อว่า ดังนั้น การจัดทำมาตรฐานอาชีพจึงเป็นเครื่องมือที่จะตอบโจทย์ในการวัดสมรรถนะของบุคคล ทำให้เกิดการยกระดับความสามารถของคนในอาชีพได้อย่างที่สากลให้การยอมรับ ซึ่งจะเป็นช่องทางการสร้างโอกาส สร้างรายได้ให้คนในอาชีพ และยังเป็นการเตรียมบุคลากรให้สอดรับกับความต้องการของตลาดแรงงานในชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) อีกด้วย
โดยปัจจุบัน สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ได้จัดทำมาตรฐานอาชีพกว่า 835 อาชีพ ใน 52 สาขาวิชาชีพ มีผู้เข้ารับการประเมินสมรรถนะตามมาตรฐานอาชีพแล้วกว่า 200,000 คน โดยในปี 2564 มีเป้าหมายในการจัดทำมาตรฐานอาชีพในสาขาวิชาชีพที่เป็นความต้องการเร่งด่วน เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน โดยหวังว่าการแถลงข่าว 5 มาตรฐานอาชีพใหม่ในครั้งนี้ จะมีส่วนสำคัญในการช่วยผลักดันให้เกิดการใช้ประโยชน์จากการนำระบบคุณวุฒิวิชาชีพไปพัฒนาขีดความสามารถของบุคคล เพื่อเตรียมรองรับสถานการณ์ที่ผันแปรได้ตามบริบททางเศรษฐกิจและสังคม
ด้านนางสาวจุลลดา มีจุล รองผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ระบุว่า ในปีงบประมาณ 2564 สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ได้ต่อยอดเติมเต็มมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพในสาขาวิชาชีพต่าง ๆ เพื่อตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ชาติ ดังนี้
1. สาขาวิชาชีพอัญมณี เครื่องประดับและโลหะมีค่า (ระยะที่ 2) เป็นการเสริมสร้างศักยภาพและบทบาทความเป็นผู้นำในธุรกิจการค้าอัญมณีและเครื่องประดับของประเทศไทยในระดับนานาชาติ ซึ่งปัจจุบันกลายเป็น 1 ใน 10 ของอุตสาหกรรมส่งออกสำคัญที่สร้างรายได้เข้าสู่ประเทศ ซึ่งสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) เป็นหน่วยงานที่ร่วมกับสถาบันฯ จัดทำมาตรฐานอาชีพดังกล่าว
2. สาขาวิชาชีพบริการสุขภาพ สาขาจิตวิทยา เป็นการจัดทำมาตรฐานอาชีพเพื่อรองรับบุคลากรด้านจิตวิทยาสาขาอื่น ๆในไทย นอกเหนือจากอาชีพนักจิตวิทยาคลินิกที่ต้องมีใบประกอบโรคศิลป์ อาทิ บุคลากรด้านจิตวิทยาพัฒนาการเด็กและผู้สูงวัย รวมทั้งการปฏิบัติงานเบื้องต้นด้านการปรึกษาเชิงจิตวิทยา โดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นหน่วยงานหลักที่ขับเคลื่อนการจัดทำมาตรฐานอาชีพดังกล่าว
3. สาขาวิชาชีพพลังงานและพลังงานทดแทน สาขางานระบบส่งกระแสไฟฟ้า และสาขางานผลิตไฟฟ้าจากพลังงานน้ำ เป็นการทำงานร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ที่จะสร้างกลไกการรับรองกำลังคนให้มีประสิทธิภาพสู่ระดับสากล โดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เป็นหน่วยงานที่ปรึกษาโครงการในการจัดทำมาตรฐานอาชีพนี้
4. สาขาวิชาชีพอนุรักษ์พื้นบ้านและศิลปหัตถกรรม (ระยะที่ 2) (งานศิลป์แผ่นดิน) เป็นการทำงานร่วมกับสำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ในการสงวนรักษาองค์ความรู้ที่เป็นมรดกทางภูมิปัญญาของประเทศ อันเป็นเอกลักษณ์ทางความงามเฉพาะด้านของไทย ซึ่งเกี่ยวเนื่องทั้งช่างหัวโขน ช่างพัสตราภรณ์ ช่างเขียน ช่างปูนปั้น ช่างรัก โดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ เป็นหน่วยงานหลักที่ขับเคลื่อนการจัดทำมาตรฐานอาชีพดังกล่าว
5. สาขาวิชาชีพวิทยาศาสตร์การกีฬา อาชีพมวยไทย เป็นมรดกภูมิปัญญาและศิลปวัฒนธรรมของชาติ ซึ่งสามารถนําไปประกอบเป็นอาชีพ พร้อมทั้งพัฒนาสู่รูปแบบธุรกิจระดับสากล ซึ่งในปัจจุบันรูปแบบธุรกิจมวยไทยได้ต่อยอดจากมวยไทยเพื่อการแข่งขัน เป็นมวยไทยเพื่อการออกกำลังกายและการป้องกันตัว ซึ่งมหาวิทยาลัยบูรพา เป็นหน่วยงานหลักที่ขับเคลื่อนการจัดทำมาตรฐานอาชีพดังกล่าว
ด้านนายนิธิวัชร์ ศิริปริยพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ กล่าวว่า ปัจจุบันแต่ละมาตรฐานกำลังอยู่ในระหว่างการจัดทำวิธีการประเมินว่า ผู้ที่เข้ามาขอรับคุณวุฒิวิชาชีพมีสมรรถนะสอดคล้องกับมาตรฐานที่กำหนดหรือไม่ อย่างไร ซึ่งในแต่ละอาชีพก็จะมีบริบทแตกต่างกันไป โดยทั่วไปการประเมินอาจประกอบด้วยข้อเขียนทฤษฎี การสัมภาษณ์ รวมถึงการยื่นเอกสารองค์ประกอบต่างๆ นอกจากนั้นยังมีการประเมินอีกส่วนหนึ่งที่ เรียกว่า "การประเมินแบบเทียบโอนประสบการณ์" เพื่อรองรับคุณวุฒิวิชาชีพให้แก่บุคลากรที่ทำงานอยู่ในอาชีพและมีความรู้ความสามารถสอดคล้องกับมาตรฐานอยู่แล้ว โดยสามารถยื่นเอกสารหลักฐานผ่านช่องทางออนไลน์ให้กับองค์กรรับรอง (Certification Body) ซึ่งได้ทำการขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยงานที่มีศักยภาพในแต่ละวิชาชีพ เนื่องจากสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพไม่ได้มีหน้าที่ประเมินเอง
ทั้งนี้ ตลอดปีงบประมาณ 2564 สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ได้ร่วมกับเครือข่ายในระบบคุณวุฒิวิชาชีพจัดทำมาตรฐานอาชีพ ยึดโยงกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงและรองรับความต้องการกำลังคนอย่างเร่งด่วนของตลาดแรงงาน รวมทั้งผลักดันให้เกิดการใช้ประโยชน์จากมาตรฐานอาชีพ และมืออาชีพ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของกำลังคนในประเทศให้เทียบเท่าระดับสากล อันจะเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างเศรษฐกิจและสังคมไทย ให้มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน