นายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การรถไฟฯ พร้อมเปิดให้บริการเดินรถตามแนวทางการผ่อนปรน และรองรับความต้องการเดินทางของผู้ใช้บริการ ทั้งขบวนรถด่วนพิเศษ รถด่วน และรถเร็วในเส้นทางสายใต้ สายเหนือ และสายตะวันออกเฉียงเหนือ การรถไฟฯ จึงได้พิจารณาเปิดเดินขบวนรถเพิ่ม จำนวน 18 ขบวน
และเพื่อให้เป็นไปตามมาตรการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 จึงมีความจำเป็นในการปรับเปลี่ยนเวลา สถานีต้นทางปลายทางของขบวนรถในบางขบวนใหม่ และขบวนรถจะไม่หยุดรับ-ส่งผู้โดยสาร
สายเหนือ เปิดเดินขบวนรถเพิ่ม จำนวน 4 ขบวน
- ขบวนรถด่วนพิเศษดีเซลรางที่ 7/8 กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ - กรุงเทพฯ
- ขบวนรถด่วนพิเศษที่ 9/10 กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ – กรุงเทพฯ
สายใต้ เปิดเดินขบวนรถเพิ่ม จำนวน 8 ขบวน
- ขบวนรถด่วนพิเศษดีเซลรางที่ 43/40 กรุงเทพฯ - สุราษฎร์ธานี - กรุงเทพฯ
- ขบวนรถด่วนพิเศษที่ 31/32 กรุงเทพฯ - ชุมทางหาดใหญ่ – กรุงเทพฯ
- ขบวนรถด่วนที่ 83/84 กรุงเทพฯ - ตรัง - กรุงเทพฯ
- ขบวนรถด่วนที่ 85/86 กรุงเทพฯ - นครศรีธรรมราช – กรุงเทพฯ
สายตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 6 ขบวน
- ขบวนรถเร็วที่ 139/140 กรุงเทพฯ - อุบลราชธานี - กรุงเทพฯ
- ขบวนรถด่วนพิเศษที่ 23/24 กรุงเทพฯ - อุบลราชธานี – กรุงเทพฯ
- ขบวนรถด่วนดีเซลรางที่ 71/72 กรุงเทพฯ - อุบลราชธานี - กรุงเทพฯ
ขบวนรถที่ปรับเปลี่ยนสถานีต้นทาง/ปลายทาง จำนวน 2 ขบวน
- ขบวนรถเร็วที่ 171/172 กรุงเทพฯ - ชุมทางทุ่งสง - กรุงเทพฯ ปรับเป็น กรุงเทพฯ – สุไหงโกลก – กรุงเทพฯ
เจาะลึกข้อมูลรถไฟดีเซลรางมือ 2 จากญี่ปุ่น (เคย)ได้มาแล้วใช้งานได้จริงหรือไม่
นายนิรุฒ กล่าวเพิ่มเติมว่า การรถไฟฯ ได้ทยอยปรับเพิ่มการเดินรถให้สอดรับกับการผ่อนคลายมาตรการของ ศบค. และรองรับความต้องการเดินทางของประชาชนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม2564 ได้เปิดให้บริการเดินขบวนรถเชิงพาณิชย์เพิ่มเติม 8 ขบวน ประกอบด้วย
สายเหนือ 2 ขบวน
สายตะวันออกเฉียงเหนือ 4 ขบวน
สายใต้ 2 ขบวน
และเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2564 ได้เปิดให้บริการเดินขบวนรถเชิงสังคมเพิ่มเติม 20 ขบวน ประกอบด้วย
สายเหนือ 4 ขบวน
สายตะวันออกเฉียงเหนือ 4 ขบวน
สายใต้ 4 ขบวน
สายตะวันออก 4 ขบวน
สายแม่กลอง 4 ขบวน
พร้อมทั้ง ยังคงเปิดให้บริการขบวนรถท้องถิ่นแก่ประชาชน ทุกพื้นที่ รวมถึงพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ สงขลา ยะลา ปัตตานี และนราธิวาสตามปกติอีกด้วย
ทั้งนี้ ในการปรับการให้บริการเดินรถในครั้งนี้ การรถไฟฯ ได้คำนึงถึงความสะดวกในการให้บริการประชาชน ควบคู่กับมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด–19 ตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม และกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด
โดยได้กำหนดจุดคัดกรองวัดไข้ผู้โดยสารก่อนเข้าในพื้นที่สถานี การตั้งจุดบริการแอลกอฮอล์ล้างมือ การให้สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา พร้อมกับให้สแกนแอพพลิเคชัน ไทยชนะก่อนและหลังใช้บริการ หากผู้โดยสารไม่สามารถใช้แอพพลิเคชันไทยชนะ ให้กรอกข้อมูลการเดินทางแทน พร้อมกับต้องกรอกข้อมูลเดินทางข้ามจังหวัด-ข้ามเขตผ่านเว็บไซต์ “หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” https://covid-19.in.th/
ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด สำหรับประชาชนที่ต้องการเดินทาง สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ หมายเลขโทรศัพท์ 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือเฟซบุ๊กแฟนเพจทีมพีอาร์การรถไฟแห่งประเทศไทย