สำรวจร่องรอยความเสียหายพายุถล่มบ้านพังยับ

โดย PPTV Online

เผยแพร่

หลังเกิดเหตุพายุงวงช้าง พัดถล่มที่ย่านพระประแดง ซึ่งทำให้บ้านเรือนประชาชนเสียหายนับร้อยหลังคาเรือน ทีมข่าวได้ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายบริเวณใจกลางจุดที่พายุก่อตัว พบว่ารถกระบะของชาวบ้านถูกพายุพัดกระเด็นไปไกลถึงประมาณ 50 เมตร และบ้านเรือนใกล้เคียงถูกพายุพัดถล่มเสียหายยับเยิบ แม้แต่กำแพงของหมู่บ้านยังถูกพายุพัดจนถล่มลงมา

สภาพร่องรอยความเสียหายจากพายุงวงช้างได้พัดกำแพงหมู่บ้านจัดสรรพังถล่มลงมา สร้างความเสียหายเป็นแนวยาวกว่า 150 เมตร  ซึ่งเป็นกำแพงที่กั้นระหว่างหมู่บ้านกับแคมป์ที่พักของคนงาน จากการสำรวจจะพบเศษแผ่นสังกะสีถูกพายุพัดปลิวไปไกลถึงหลายร้อยเมตร

 ส่วนรถกระบะคันนี้แต่เดิมจอดไว้ที่บริเวณหน้าตู้คอนเทนเนอร์ ซึ่งห่างไปไกลประมาณ 50 เมตร  แต่ถูกพายุพัดจนกระเด็นไปชนกับรถแบคโฮเกือบหงายท้อง  

ส่วนตู้คอนเทนเนอร์ตู้นี้ แต่เดิมคือเอาไว้ให้คนงานเก็บอุปกรณ์ก่อสร้าง พอเกิดพายุงวงช้าง หัวหน้าคนงานจึงเรียกลูกน้องเกือบ 20 คน ให้เข้าไปหลบในตู้คอนเทนเนอร์เพื่อเอาชีวิตรอด

ห่างจากจุดก่อสร้างไปอีก 200 เมตร เป็นบ้านที่น่าจะได้รับความเสียหายมากที่สุด เพราะความแรงของพายุได้พัดรั้วบ้านล้มโค่นไปโดนกระจกข้างบ้านพังเสียหายทั้งแถบกระเบื้องหลังคาแตกกระจายนับไม่ถ้วน

ส่วนที่ชั้น 2 ฝ้าเพดานพังเสียหายเกือบทั้งหมด ซึ่งตั้งแต่เกิดมาชาวบ้านระบุว่ายังไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ พร้อมยอมรับว่าเหมือนในหนังพายุถล่มที่ตัวเองเคยดู

ถัดมาอีก 200 เมตร เป็นบ้านของผู้เสียหายอีกหนึ่งคน ความแรงของพายุที่พัดกระจกแตกล้มทับตัวเจ้าของบ้าน ซึ่งขณะนั้นกำลังนั่งทำงานอยู่ในห้องนอน กระเบื้องหลังคาและฝ้าเพดาน ถูกพายุพัดปลิวพังเสียหายประกอบกับเมื่อวานนี้เกิดฝนตกลงมาอย่างหนัก ทำให้ฝ้าเพดานอุ้มน้ำไม่ไหวจึงทรุดตัวลงมาทั้งหมดจึงต้องรีบขนของออกจากห้องนอนทันที

ขณะที่ช่วงเช้าในวันนี้ ทางนิติหมู่บ้านได้เข้ามาสำรวจความเสียหายของลูกบ้านเพื่อหาทางช่วยเหลือเยียวยาในเบื้องต้น โดยจะทำการซ่อมหลังคาบ้านทุกหลังให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ส่วนความเสียหายอื่นๆยังอยู่ระหว่างประเมินอีกครั้ง แต่จากการสอบถามลูกบ้านบางรายระบุว่า บ้างบางหลังยังอยู่ในระยะเวลาประกันภัย แต่บางหลังก็ไม่ได้ต่อประกัน ซึ่งคงต้องไปตรวจสอบรายละเอียดกรมธรรม์กับทางบริษัทประกันต่อไป

ส่วนประเด็นทางข้อกฎหมาย นายเดชา กิติวิทยานันท์ ทนายความ เปิดเผยว่า ตามกฎหมายแล้วเหตุที่เกิดจากภัยธรรมชาติถือเป็นเหตุสุดวิสัย จึงไม่มีหน่วยงานใดต้องรับผิดเพราะไม่ใช่การกระทำที่ละเมิด

 ส่วนประเด็นที่เจ้าของโครงการหมู่บ้านจะแสดงความรับผิดชอบหรือชดใช้เยียวยาให้กับลูกบ้าน ก็คงต้องไปดูข้อสัญญาที่ตกลงกันไว้ ซึ่งถ้าบ้านหลังใดมีประกันคุ้มครองก็สามารถเรียกร้องจากบริษัทประกันภัยได้ทันที

 แต่ถ้าบ้านหลังใดไม่มีประกันก็สามารถติดต่อหน่วยงานภาครัฐ เพื่อขอความช่วยเหลือเยียวยาได้คล้ายกับกรณีน้ำท่วมนั่นเอง

ทนายเดชา บอกอีกว่า สำหรับลูกบ้านที่ไม่ได้ทำประกัน อาจจะต้องเสียเงินค่าซ่อมบ้านด้วยตัวเองก่อน เพื่อให้สามารถพักอาศัยอยู่ได้เป็นการชั่วคราว  จากนั้นค่อยทำเรื่องของบช่วยเหลือเยียวยาต่อไป แต่หากบ้านหลังใดทำประกันเอาไว้ ก็ต้องไปดูเงื่อนไขของบริษัทด้วยว่าจะสามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนไหนได้บ้าง

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เปิดโต๊ะข่าว

เปิดโต๊ะข่าว

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ